วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กรมฝนหลวงฯ โปรยเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง และอื่นๆ เพิ่มพื้นที่ป่า



กรมฝนหลวงฯ โปรยเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง และอื่นๆ เพิ่มพื้นที่ป่า


           สืบเนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี มักจะมีความขัดแย้งการชิงน้ำ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีจำนวนลดลง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหน่วยงานต่างๆ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการ "โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศน์ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวง


          พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ณ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2560 ที่ผ่านมา และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าเพื่อ

       สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์และสร้างผืนป่าให้เกิดความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำ และเพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าอีกด้วย ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามโครงการพระราชดำริฝนหลวง จึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับสู่สภาพเดิม รวมทั้งการอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มขึ้น โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจหลักในการเติมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศและในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

            รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพื้นที่แหล่งต้นน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ขณะนี้พบว่าน้ำในเขื่อนมีอยู่เพียง 25% ของความจุของเขื่อน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่ตัวเขื่อนสามารถจุน้ำได้ถึง 314 ล้านลูกบาศ์กเมตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกรมชลประทานบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยปรับแผนการบินปฏิบัติการฝนหลวงให้สอดคล้องกับความต้องการน้ำในพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำสำคัญๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-9 ก.ค.60 โดยระดมสรรพกำลังจากหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมากับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนลำตะคองจำนวน 26.99 ล้านลูกบาศ์กเมตร และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปจนถึงเดือน ต.ค.60 ซึ่งคาดว่าเป็นห้วงเวลาที่จะทำฝนหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันเราก็ถือโอกาสโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ที่เป็นป่า ซึ่งคนไม่สามารถเข้าไปถึงได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าในเขตอุทยาน หรือเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ดังนั้น การโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์และสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าแห่งนี้ด้วย ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยในปีที่แล้วเราดำเนินการนำร่องโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และป่าต้นน้ำในพื้นที่ภาคเหนือเป็นครั้งแรก พบว่าประสบความสำเร็จ มีการงอกของเมล็ดพันธุ์พืช และสามารถเจริญเติบโตถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ซึ่งการปฏิบัติการฝนหลวงในครั้งนี้ก็จะเป็นการเพิ่มเติมความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าในเขตอุทยานและป่าต้นน้ำ

           สำหรับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำตะคองนั้น ต้องมีการระบายน้ำหรือกักเก็บน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนการกักเก็บน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนลำตะคองก็ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรและกรมชลประทานประสานกับกระทรวงมหาดไทยและกองทัพบกให้เพิ่ม
ศักยภาพในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณท้ายเขื่อน เพื่อลดการพึ่งพาจากน้ำในเขื่อน และต้องสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่จะใช้น้ำในบริเวณนั้นด้วย
 "เป็นที่ทราบกันดีว่า อันเนื่องมาจากโครงการฝนหลวง ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานโครงการนี้ให้กับคนทั้งประเทศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรก็ปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนและในพื้นที่การเกษตรมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่า ดังนั้น กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก หน่วยงานภาคเอกชนและประชาชนมาร่วมกันปั้นดินเพื่อห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งและผมก็ได้สั่งการให้ปฏิบัติการฝนหลวงและโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

           ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า การดำเนินการโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์ โดยเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ได้รับมอบมาจากกรมป่าไม้ รวม 14 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ สีเสียดแก่น แดง สาธร พฤกษ์ ไผ่รวก กัลปพฤกษ์ กาฬฟฤกษ์ ประดู่ผล พะยูง คูน ขี้เหล็กบ้าน และนนทรีป่า ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-30 ก.ย.60 ประกอบด้วยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภาคกลาง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และภาคใต้ตอนบน ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจากนั้นก็จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในแต่ละวัน แล้วจัดทำระบบฐานข้อมูล เพื่อวางแผนดำเนินการในช่วงระยะเวลาต่อไป
       
         ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ กิจกรรมปลูกป่า ณ บริเวณป่าชุมชนตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พื้นที่ตำบลหนองกลับ ทุ่งทอง หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นการปลูกป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำ

http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/5194

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แจกเมล็ดมะค่าโมง...สนใจขอรับเมล็ดติดต่อสอบถามผ่าน Email


>>> เริ่มแจกเมล็ดมะค่าโมงฟรี ประจำปี 2560

     ผู้สนใจท่านใด ประสงค์อยากจะได้เมล็ดมะค่าโมงเพื่อนำไปเพาะเพื่อให้เติบใหญ่เป็นต้นมะค่าโมง พร้อมนำไปปลูกในสถานที่ ซึ่งทุกท่านตั้งใจปรารถนาต่อไป

     โดยทางเว็บบล๊อกมาสเตอร์แห่งนี้มีความปรารถนาดีที่อยากจะนำมอบแจกจ่ายเมล็ดมะค่าโมงให้แก่ผู้ที่สนใจที่ติดต่อแจ้งความประสงค์ขอรับเข้ามา

     เพราะฉะนั้นหากใครชื่นชอบ สนใจ และอยากทดลองนำเมล็ดมะค่าไปทดลองเพาะ สร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ อีกทั้งได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการการเจริญเติบโตของเมล็ดมะค่าโมงจนกลายเป็นต้นมะค่าที่พร้อมลงปลูก กับทางครอบครัว หรือ เพื่อนฝูง ให้รีบติดต่อมาทางเราได้นะครับ

กติกา ง่ายๆเพียง

---> เขียนบรรยายความประทับใจเกี่ยวกับต้นมะค่าโมง พร้อมทั้งจุดประสงค์ที่ขอรับเมล็ดมะค่าโมง 

เข้ามาที่ cloudatlas0.0@gmail.com [ คลาวด์แอตลาส ศูนย์ จุด ศูนย์ ]

จากนั้นเราจะติดต่อพูดคุยกลับผ่านทางอีเมลล์ ตามอีเมลล์แอ็ดเดรสที่คุณส่งมา





 รายงานความคืบหน้า ผู้ที่สนใจติดต่อขอรับการแจกเมล็ดมะค่าโมงฟรี  

ท่านที่ 1 คุณสกล วัชรปกรณ์กุล 
( สถานะ - จัดส่งเมล็ดมะค่าโมงให้เีรียบร้อยแล้ว )

     ติดต่อขอรับเมล็ดมะค่าโมงจำนวน 300 เมล็ด (ใจดีช่วยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด อาทิเช่น ค่าน้ำมันรถเพื่อขับไปเก็บเมล็ดมะค่าโมง และ่ค่าจัดส่งพัสดุไปรษณีย์) เพื่อนำไปเพาะกล้ามะค่าโมงโดยตั้งใจจะนำไปปลูกป่าทดแทนที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

" ขอรับเม็ดมะค่าโมงเพื่อปลูกป่า  มะค่าโมงเป็นต้นไม้ที่คุ้นตามาตั้งแต่เด็กในไร่แห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีเทพ จังเหวัดเพชรบูรณ์   เป็นพญาไม้ ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา แม้มีร่องรอยถูกตัดตัดไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ โคนต้นที่เหลือก็ใหญ่มาก น่าจะเป็นสิบคนโอบ   แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ในช่วงที่เผลอ ในวันที่ไม่มีคนเผ้าไร่ พญาไม้ต้นนี้ถูกลับลอบขุดโค่นไปในค่ำคืนหนึ่งโดยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่คราวนี้มาด้วยรถตัก รถขุด   ไม่เหลือแม้กระทั่งราก...

     ไม่รู้จะเอ่ยว่าเศร้าหรือเสียใจแค่ใหน  กับพญาไม้ที่คุ้นตามาตั้งแต่เด็ก อยากได้ซักชุดนะครับ เพราะมีพื้นที่ไม่มาก  ยินดีช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเต็มที่ครับ

เคยไปซื้อที่ร้านขายต้นไม้มา ก็เอาต้นอะไรมาให้ก็ไม่รู้  ใบนี่คนละเรื่องเลย  ไม่คุ้นตาเลย"

คุณสกล วัชรปกรณ์กุล :

"ได้รับแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ รวดเร็วทันใจ มัวแต่เห่อจนลืมตอบเลยครับ

คงเพาะให้แข็งแรงก่อนค่อยนำลงดิน  กำลังหาที่ลงปลุกอยู่ครับ  ตั้งใจนำไปปลุกที่บ้านเกิด ที่ศรีเทพ เพชรบูรณ์ครับ

ตอนนี้มาทำงานที่ชล ช่วงเข้าพรรษาจะกลับไปสำรวจก่อน  แล้วค่อยเพาะ  ให้ต้นแข็งแรงซักระยะ  กะว่าพอให้สู้หญ้าใหว ค่อยนำไปลงดินอีกทีครับ  มีอาจารย์เกษตรท่านนึงสอนว่า ปลุกแซมกับไม้อื่นๆ ได้สูงสุดรวมไร่ละ 500 ต้นครับ   ต้องวางแผนดีๆ 

ส่งต่อเมล็ดพันมะค่าโมง 100 เมล็ด ให้กับ จ่าเอกยอดชาย ร.ร. นายเรือ เพื่อนำไปปลูกต้นไม้ ขยายพันธ์ ลดโลกร้อน"





ท่านที่ 2 คุณพี่ศํกดิ์ดา เพียวประเสริฐ 
( สถานะ - จัดส่งเมล็ดมะค่าให้เรียบร้อยแล้ว ได้ัรับเรียบร้อยแล้ว จำนวน 200 เมล็ด , พี่ศักดิ์ดาโอนเงินมาช่วยค่ารวบรวมและจัดส่ง จำนวน 299.99 บาท ) 

"สวัสดีครับน้อง cloud atlas พี่ดาครับ ไม่เคยปลูกป่า ไม่เคยอยู่ป่า เพราะเป็นคนกรุงเทพ แต่พี่ชอบเที่ยวป่า แบกเป้ไปเดิน ละก็ชอบขึ้นดอยไปสูดอากาศสดชื่น ไปดูทะเลหมอกกัน

     ความฝันพี่อยากทำสวนป่าใหญ่ๆ เป็นสวนผสมผสานมีของกินหลายอย่าง ผัก ผลไม้ ละมีไม้ป่าผสมกันไป ใจจริงอยากปลูกป่าล้วนๆแต่พี่ไม่มีที่ เลลยไปซื้อเขตป่าเสื่อมโทรมไว้นิดหน่อย ตอนนี้ปรับที่แล้วครับ พี่ขอเอกสาร สปก ได้แล้ว เริ่มลงมือปลูกต้นไม้ที่ได้รับแจกเมล็ดมาจาก กพพ ไว้พี่จะส่งรูปให้ดูนะครับ พอดีว่าที่ดินอยู่ไกลกรุงเทพมากๆ นานๆพี่ถึงจะได้ไปดูสักที พี่กะว่า 5 ปี ป่าของพี่คงจะเขียว ร่ม เย็นสบาย พี่จะได้สร้างบ้านกลางป่าแบบที่ฝันไว้ครับ

     ถ้าพี่เพาะเมล็ดขึ้น จะให้น้องมาเที่ยวชมต้นไม้ของน้องที่สวนพี่ด้วยนะครับ พี่ว่าจะทำบ้านดินไว้รับรองแขกด้วย ตอนนี้พี่เริ่มวางแผนเกษียณละครับ ค่อยๆทำไปเพราะความรุ้ด้านนี้น้อยมาก อีกอย่างต้นไม้คงต้องการเวลาเติบโต ใจร้อนไปก็ไม่ได้

พี่อยากได้สัก 20 เมล็ดได้มั้ยครับ(ตอนแรกพี่ศักดิ์ดาอยากได้แค่ 20 เมล็ดแต่เห็นว่ามีพื้นที่เยอะจึงจัดหาให้เพิ่มเป็น 200 เมล็ด) สอนวิธีการเพาะด้วยคร้าบ


ขอบคุณสำหรับน้ำใจ ขอบคุณที่แบ่งปัน ละขอบคุณที่ทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น"

พี่ศักดิ์ดาใจดีโอนเงินมาช่วยค่ารวบรวมและจัดส่งเมล็ดเองทั้งหมดจำนวน 299.99 บาท



ท่านที่ 3 คุณศักดิ์ชาย หอสกุล 
(สถานะ - จัดส่งเมล็ดมะค่าโมงให้เรียบร้อย จำนวน ~ 888 เมล็ด โดยประมาณ )

"สวัสดีครับ
      ผมมีความสนใจที่จะขอรับเมล็ดพันธุ์มะค่า ประมาณ 300-400 เมล็ด เนื่องจากผมต้องการที่จะนำไปปลูกในพิ้นที่ที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ ภทบ5 พิ้นที่แถวนั้นยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่พอสมควร โดยในพื้นที่แห้งแล้ง ทางผู้ใหญ่บ้านและทางการ กำลังดำเนินการสร้างฝายทดน้ำในบริเวณใกล้เคียง ผมจึงอยากนำต้นไม้ใหญ่เข้าไปปลูกในบริเวณนั้นครับ ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ผมยินดีที่จะรับผิดชอบทั้งหมดครับ

     ผมได้โอนเงินไปเป็นค่าเมล็ดพันธุ์มะค่าโมงเป็นจำนวน 808.08฿ รบกวนช่วยตรวจสอบบัญชีด้วยครับ ผมต้องการเมล็ดจำนวน 450++ ขึ้นไปครับ ส่วนที่เหลือช่วยเป็นค่าจัดส่ง และค่าน้ำมันและค่าเสียเวลาครับ ถ้าค่าใช้จ่ายในการจัดส่งนั้นไม่เพียงพอ เมล์มา บอกเพิ่มเติมนะครับ /ชาย
ส่งจาก iPhone"



ท่านที่ 4 คุณสุริยา ศรีจันทร์  
( สถานะ - จัดส่งเมล็ดให้เรียบร้อยแล้วจำนวนประมาณ 250 เมล็ด)

สวัสดีครับ
             ผมมีสวนยางพาราที่ปลูกใหม่ได้ 2 ปีแล้วที่จังหวัดสุรินทร์ ตั้งใจจะไปทำเกษตรที่บ้านเกิดมีโครงการจะเกษียรอายุราชการก่อนกำหนด สนใจจะปลูกต้นมะค่าโมงในเนื้อที่ว่างๆเพื่อให้ลูกหลานได้รู้จักไม้มะค่าโมง เพราะผมเองก็ไม่รู้จักต้นมะค่าโมงเลยเคยเห็นแต่ที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้แล้ว ตอนนี้ที่ปลูกไปบ้างแล้วก็มีไม้พะยูง 2 ต้น ที่เริ่มจะไกล้จะหมดแล้วเพราะโดนลักลอบตัด กับต้นยางนา 1 ต้น  อยากจะขอสัก 20 เมล็ด(ตอนแรกขอรับเข้ามา 20 เมล็ดแต่หลังจากพูดคุยแนะนำผ่านอีเมลล์ทางคุณสุริยาขอรับเพิ่มเป็น 200 เมล็ด เพื่อให้คุ้มกับค่าจัดส่ง) ยินดี ออกค่าใช้จ่ายในการรวบรวมและจัดส่งครับ
                                                                     
                                                                                                                 พ.อ.อ.สุริยา  ศรีจันทร์

(ปล. คุณสริยาส่งอีเมลล์มาแจ้งการโอนเงินและขอเปลี่ยนแปลงรับเพิ่มเป็น 200 เมล็ด และยินดีที่จะร่วมช่วยออกค่าใช้จ่ายในการจัดส่งและจัดหาเองทั้งหมด ซึ่งทางเราก็ยินดีที่จะจัดให้ตามที่ขอมาต่อไป )

สวัสดีครับ
             งั้นขอรับเมล็ดพันธุ์มะค่าโมงสัก 200 เมล็ดเลยละกัน รบกวนช่วยแนะนำวิธีเพาะด้วยนะครับ ได้โอนเงินให้แล้วจำนวน 300 บ. เมื่อวันนี้เวลา 15.49 น. รวบกวนช่วยจัดส่งตามที่อยู่ข้างล่างนะครับ...



คุณขวัญชัย จวงจู

สวัสดีครับ

ผมสนใจอยากจะได้เมล็ดมะค่าโมงมาเพาะ และปลูกในที่ดินของผมเอง
ไม่ทราบต้องทำอย่างไรบ้างครับ
อยากได้สัก 100เมล็ดครับ

สำหรับค่าใช้จ่าย ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวจะดำเนินการโอนให้นะครับแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ


พอดีเข้าไปดูในเวปเห็นวิธีการเพาะของคุณแล้วน่าสนใจมาก เพราะผมเองเคยเก็บมาเพาะเหมือนกันแต่ไม่ได้เอาส่วนโคนออก(สีเหลือง) ผลคือ เน่าหมดเลย 

ขอบคุณมากครับอาจารย์สำหรับข้อมูล
หลังจากได้เมล็ดแล้วผมจะลองดูตามที่อาจารย์แนะนำนะครับ
พอดีมีที่มรดกคุณพ่อที่จังหวัดสระแก้วทิ้งไว้เฉยๆยังไม่ได้ทำอะไรก็คิดว่าปลูกต้นไม้ทิ้งไว้ก่อน
ก็จะปลูกให้หลากหลายครับทั้งไม้ใช้สอยและผลไม้ รวมถึงสมุนไพรต่างๆ
ดีกว่าปล่อยหญ้ารก
นี่ผมยังคิดว่าจะหาไม้พะยูงมาปลูกด้วย เพราะแต่ก่อนที่ตรงนั้นมีไม้พะยูง มะค่า ประดู ชิงชัน ตลอดจนไม้ป่าเบญจพรรณอื่น เมื่อประมาณปี 2519 รัฐบาลสมัยนั้นเปิดให้สัมประทานป่า หมดครับไม้ ไม่เหลือ ขนาดตอยังขุดมาขายเลยครับ แผนสวยหรูว่าสัมประทานไม้ใหญ่ออก และปลูกทดแทน มีแต่ในกระดาษครับ เศร้าใจ
ผมเลยคิดว่ามันน่าจะสร้างได้ สร้างป่านี่แหละ ในที่ผมเองนี่แหละ ให้ระบบนิเวศน์กลับมาอย่างน้อยลูกหลานก็ยังรู้จักต้นไม้ชนิดต่างๆ

อ่อ ผมโอนเงินให้อาจารย์แล้วนะครับ

ตามเอสารแนบจำนวน 300บาท 

ขอแสดงความนับถือ
ขวัญชัย 



คุณเพ็ญพักตร์ สุดจำนงค์ ( มิ.ย. 2558 )

สวัสดีค่ะ

พอดีมาอ่านเจอว่ามีแจกเมล็ดมะค่า มีความสนใจอยากเพาะเอง และจะนำไปปลูกในพื้นที่ป่าชุมชนค่ะ คือป่าช้าประจำหมู่บ้าน โรงเรียน และวัด เพราะส่วนใหญ่พื้นที่ป่ามักถูกยึดมาทำการเกษตรหมดแล้ว คงจะพอมีโอกาสสร้างป่าขึ้นมาบ้าง ตอนนี้มีไม้ป่าที่เพาะเองบางส่วนแล้ว เช่น ยางนา ตะเคียนทอง มะฮอกกานี เต็ง มะกอกป่า สะเดา โดยจะพาเด็กที่โรงเรียนมาร่วมกิจกรรมช่วยกันปลูกด้วยค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ปล. ไม้ป่าดังกล่าวข้างต้น ได้รดเชื้อเห็ดด้วยค่ะ

โอนเงินเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ ส่งตามที่อยู่ นี้ค่ะ
ชื่อ : เพ็ญพักตร์ สุดจำนงค์




[ช่องทางอื่นๆ]...ร่วมแจกผ่านบอร์ดเกษตรพอเพียง 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม  โดยสามารถขอรับได้ท่านละ 1 ชุด ( ชุดละ 5 เมล็ด )
......................................................................................................................................................................................................




รอบแรก - ประกาศ ณ วันที่ 26 ก.ค. 2555 
รอบ 2 - เริ่มประกาศ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 2556

รายงานผลการตอบรับ เปิดแจกเมล็ดมะค่าโมงที่ผ่านมา (รอบที่ 1)

สรุปผลการตอบรับหลังจากเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมขอรับเมล็ดมะค่าโมงรอบที่ 1 โดยมีผู้ติดต่อเข้ามาและทางเราได้จัดส่งเมล็ดมะค่าโมงไปให้แล้วมีรายนามดังต่อไปนี้


คุณสุนทร ทิพย์ภักดี  อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร 

แจ้งความประสงค์ขอรับเมล็ดมะค่าโมงเพื่อนำไปร่วมในโครงการปั้นดินให้เป็นป่า 
จัดส่งให้...จำนวน 4 กิโลกรัม ประมาณโดยคร่าวๆด้วยสายตาตอนแพ็คกล่องน่าจะราวๆ 300 เมล็ดมั้งนะครับ ไม่แน่ใจเพราะชุดนี้เป็นเมล็ดใหญ่ได้น้ำหนักดี

โดยทางคุณสุนทรออกค่าใช้จ่ายในการส่งเองทั้งหมด โอนเงินผ่านบัญชี และทางเราร่วมทำบุญเป็นธุระในการจัดหาเมล็ดมะค่าโมงและส่งรวมถึงช่วยออกค่ากล่องพัสดุภัณฑ์


จัดส่งให้กับผู้ที่สนใจขอรับชุดละ 10 เมล็ด มีผู้สนใจขอรับเมล็ดมะค่าโมงดังนี้


  1. คุณ Amy  บ้านแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
  2. คุณปราโมทย์ ตรีโภชน์  กองช่าง...เทศบาลเมืองควนลัง หาดใหญ่ สงขลา
  3. คุณราเชษฐ์ ทองเกลี้ยง  อ.เมือง พิษณุโลก
  4. คุณนงลักษณ์ พุ่มพฤกษ์ เขตทุ่งครุ กทม.
  5. คุณสุขอนันต์ เนียมเปรม  กทม.
  6. คุณณภัทร จารุ  บางรัก กทม.
  7. คุณ Niki  บางนา กทม.
  8. คุณเพลิน แผวตะคุ  อ.โพธาราม ราชบุรี
  9. คุณสิทธิโชค จันทร์น้อย อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์
  10. คุณณัฐพล อ.เมือง ชุมพร
  11. คุณสุดธิดา หล้านามวงศ์  อ.เมือง ลำปาง



วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ต้นมะค่าโมงยักษ์โบราณ 18 คนโอบ (คลิปสะเก็ดข่าว)

ต้นมะค่าโมงยักษ์โบราณ 18 คนโอบ 


     ไปดูต้นตอของไม้มะค่า ไม้หวงห้าม จะไปต้องเข้าป่าที่จังหวัดเลยไปดูที่อำเภอท่าลี่ เหลืออยู่ต้นเดียวแล้วคะ จะไปถึงลำบากทีเดียว ได้คุณพี่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโพนทอง พร้อมด้วยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นมากันเป็นขบวน แถมชวนชมรมส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

     มาด้วยวิธีไปต้องนั่งรถอีแต๊ก ที่เสียงดัง แต๊กๆๆๆๆ เข้าไป แถมเดินเท้าต่ออีก ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ถึงจะได้เจอต้นแม่ นี่ต้นมะค่าใหญ่มาก 18 คนโอบ หาดูไม่ได้แล้วนะ ส่วนดำๆโน้นฝักของมัน คือเดี๋ยวนี้หากปล่อยไปตามธรรมชาติไม่งอกง่ายๆอย่างนี้มนุษย์เราต้องช่วย โดยวิธีภูมิปัญญาชาวบ้านช่วยกันเพาะ ช่วยกันขยายพันธุ์ เริ่มจากเอาเมล็ดมะค่ามาเผาไฟ จากนั้นนำไปแช่น้ำ 2 วันแล้ว นำไปเพาะในแปลงทุกเมล็ดชูช่อแทงยอดให้เห็น

 



วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เสาร์นี้ปลูกมะค่าลงดินแล้ว!!! เรื่องราวจากบล็อก sparerooom

เสาร์นี้ปลูกมะค่าลงดินแล้ว!!! 
เรื่องราวต้นมะค่าโมง และ มะค่าแต้ จากบล็อก sparerooom

เมล็ดมะค่าโมง เริ่มงอก 
ฉันเพาะเมล็ดมะค่าโมง 4 เมล็ด
ทุกเมล็ดงอกออกมารับสายฝนพรำ...
หัวใจฉันอาบรอยยิ้มอีกครั้ง...
และกล้าอายุเกือบครึ่งปีของ มะค่าแต้ และ มะค่าโมง
ฉันจะนำลงดินที่เกาะกูดในวันเสาร์ที่จะถึงนี้...


                                                ต้นกล้ามะค่าโมง                                     ต้นกล้ามะค่าแต้

ฉันมีความสุขจังเลย
ใจจริงอยากจะเอาลงดินที่กรุงเทพฯ ให้พวกเขาได้เติบใหญ่เป็นไม้สูง
คอยรักษาปอดชาวกรุง
และเป็นที่พักพิง แหล่งอาหารให้เหล่านกและแมลงต่างๆ
พร้อมเป็นร่วมเงาได้ด้วย
เกรงว่าความโหดร้ายและแร้นแค้นน้ำใจของเมืองหลวง จะพาลูกมะค่าของฉันไม่ถึงฝัน...

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ต้นกล้ามะค่าโมงลงสวน เรื่องราวของคุณอินเนียร์

ต้นกล้ามะค่าโมง...ลงสวน เรื่องราวของคุณอินเนียร์ 

        สืบเนื่องจากเคยได้หยิบนำเอาเรื่องราวของคุณแม่ น้องข้าวโอ๊ต และน้องแพรวาที่หากมีเวลามักจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไม้ยืนต้นมะค่าโมง และอื่นๆ ใจดีนำมาแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆออนไลน์เป็นประจำโดยส่วนใหญ่สามแม่ลูกจะประจำการอยู่ที่บอร์ดบ้านสวนพอเพียงดอทคอม
       วันนี้เผอิญว่าเสิร์ชเจอจึงขออนุญาตนำเอาเรื่องราวของคุณลุงอินเนียร์(อย่าโกรธกันนะครับ หุหุ ที่เรียกว่าลุงเอาเป็นว่าลดอายุให้เป็นคุณพี่อินเนียร์ก็ได้ครับ)ซึ่งเท่าที่อ่านเห็นว่าได้เมล็ดมะค่าโมงมาจากสองพี่น้อง น้องแพรวาและพี่ข้าวโอ๊ต รู้สึกว่านี่จะคือรูปภาพต้นมะค่าโมงที่คุณพี่อินเนียร์ได้จัดการเพาะงอกออกมาเป็นตัวตนต้นมะค่าโมง และได้นำไปลงปลูกภายในสวนของแกเป็นที่เรียบร้อย ลองๆอ่านกันดูครับ

เครดิตรูปภาพและเรื่องราวจาก http://www.bansuanporpeang.com/node/24409

................................................................................................................................................................................................




      รับเมล็ดมะค่าพร้อมกับน้ำพริกและอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะๆ ขอบคุณพี่ข้าวโอ๊ต น้องแพรวา คุณแม่ศิรินันท์และคุณพ่อที่เป็นธุระจัดส่งตั้งแต่มิถุนายน พอรับเมล็ดมาก็รีบจัดการตามกรรมวิธีที่ได้รับการแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์ เพาะเมล็ดจนงอกแต่ก็หวุดหวิดจากหอยทากที่คอยมาแทะจึงโผล่เป็นรูปร่่าง รูปนี้ที่บ้านครับ

พอฝนมาลุงอินเนียร์ก็ค่อยๆทะยอยพาต้นข้าวโอ๊ต เอ๊ย! ไม่ใช่ ต้นมะค่าโมงของพี่ข้าวโอ๊ตไปหาตำแหน่งลงดินที่ในสวนที่ต้องหาตำแหน่งเพราะจะได้ไม่ไปบังแดดต้นไม้ที่อยู่ข้างล่างเนื่องจากต้นมะค่าโมงมีกิ่งก้านสาขาแผ่กว้างจึงได้ที่ลงตามรูปครับ


วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มะค่า มะค่าโมง [รูปภาพ]

มะค่า มะค่าโมง 

ต้นมะค่าโมงอายุประมาณ 10 ปี ดูซิว่าจะโตขนาดไหน ? ไปดูกัน....

พอดีไปเจอรูปมะค่าโมง จึงเก็บตกนำมาฝากให้ดูกันสนุกๆครับ โดยต้นมะค่าโมงในรูปนั้นเห็นว่าทางวัดแห่งหนึ่งได้ปลูกและดูแลมาเป็นระยะเวลาประมาณ 10 กว่าปีเห็นจะได้ ถ้าข้อมูลไม่ผิดรู้สึกว่าจะเริ่มปลูกต้นมะค่าโมงเมื่อประมาณปี 2541 และ ถ่ายรูปตอนต้นมะค่าโตแล้วซึ่งเป็นรูปที่นำเอามาโพสต์ลงให้เพื่อนๆดูกันนี่แหละครับเป็นรูปปี 2552 ส่วนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นมะค่าโมงอาุยุประมาณ 10 ปีนิดๆนั้นจะขนาดไหนลองๆเลื่อนดูรูปภาพได้เลยฮะ










อ้างอิงแหล่งที่มารูปภาพ มะค่าโมง
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=29782.0

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คนละไม้ละมือ...โครงการเพาะกล้าไม้ ต้นกล้ามะค่าโมง ปลูกป่าอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๕ (ภาพ)

โครงการเพาะกล้าไม้ ต้นกล้ามะค่าโมง ปลูกป่าอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๕

พอดีลองๆค้นหาภาพกิจกรรมเกี่ยวกับต้นมะค่าโมง ไปเจอข้อมูลจากหน้าเว็บแห่งหนึ่งเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างจิตสำนึกดีๆโดยเฉพาะปลูกฝังให้น้องๆเยาวชนตัวน้อยได้เข้าใจถึงการอนุรักษ์และลงมือปฏิบัติทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่คัดเมล็ดมะค่าโมง กรอกดินใส่ถุงเพาะ (แอบแซวนิดนึงจากที่เห็นในรูป ซึ่งน้องๆคงไม่มีเวลาหาวัสดุเพาะที่เป็นอินทรียสารอื่นๆมาคลุกผสมร่วมด้วย อาทิเช่น แกลบดิบ เศษฟางละเอียด ปุ๋ยคอก เลยจัดหนักแบบเร็วๆเน้นดินเป็นหลัก ยังไงถ้าต้นมะค่างอกมาสักพักแล้วหาปุ๋ยคอกมาโรยให้เค้ากินบ้างนะครับน้องๆ ^-^ V ) จัดเรียงเป็นแถวด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย รอให้ต้นมะค่าโมงงอกและนำไปปลูกต่อไป

เอ้าช้าอยู่ไยไปดูภาพกันเลยครับ คาดว่าน้องๆนักเรียนทั้งเด็กผู้ชายและหญิงที่ช่วยกันเพาะมะค่าโมงจะเรียนอยู่ที่ โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก (กองทัพบกอุปถัมภ์) มั้งครับยังไงถ้าหากออนไลน์แวะเวียนผ่านมาเจอบทความนี้ แล้วใช่เจ้าตัวที่นำภาพมาลงก็ช่วยมาคอนเฟิร์มให้เราได้รู้กันด้วย ปรบมือให้กับความตั้งใจดีๆนี้ด้วยคน









เครดิตภาพจาก http://www.thai-school.net/โครงการเพาะกล้าไม้__ต้นกล้ามะค่าโมง_ปลูกป่าอนุรักษ์_ประจำปี_๒๕๕๕-activities-ID-152090.html


วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แนะนำ...การเพาะเมล็ดมะค่าโมง [เบื้องต้น]

แนะนำ...การเพาะเมล็ดมะค่าโมง [เบื้องต้น]


เท่าที่ทางผู้เขียนได้จัดทำเว็บบล๊อกเกี่ยวกับ มะค่า มะค่าโมง มะค่าแต้ เมล็ดมะค่า แห่งนี้ขึ้นมารวมถึงจากการที่ได้ลองๆค้นหาข้อมูลโดยเฉพาะคำถามข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับมะค่าโมง และ มะค่าแต้นั้น พบว่าคำถามที่ทุกคนให้ความสนใจและอยากทราบคำตอบหรือแนวทางเป็นอันดับต้นๆก็คือเมื่อได้เมล็ดมะค่ามาหรือบางท่านอาจจะสนใจถึงขนาดไปเก็บเมล็ดมะค่าจากใต้ต้นที่ร่วงมาสู่พื้นได้มาไว้ในครอบครองสมใจนึกแล้วจากนี้จะต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อ...เพาะเมล็ดมะค่าโมง และ เพาะเมล็ดมะค่าแต้ ที่มีอยู่ให้งอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อนและเจริญเติบโตแข็งแรงพร้อมลงปลูกในสถานที่ต่างๆที่มุ่งหวังได้ต่อไป

จริงๆแล้วทางผู้เขียนเองก็มีความตั้งใจจะจัดทำเทคนิควิธีการ ตามประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ทดลองมาพอสมควรและคิดว่าน่าจะใช้ได้ผลดีระดับหนึ่งเลยทีเดียวเชียวหล่ะมาแชร์ให้ทุกคนที่สนใจใคร่รู้ได้นำไปเป็นแนวทางในการเพาะเมล็ดมะค่าโดยอะเอียดแต่ติดอยู่ตรงที่ว่าตอนนี้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คนั้นไม่ได้อยู่ติดตัวฝากเอาไว้ที่บ้านน้องชายและคุณแม่ แต่เพื่อไม่ให้เวลามันเนิ่นนานล่วงเลยไปโดยไม่ได้เขียนถึงหัวข้อ การเพาะเมล็ดมะค่าเสียที วันนี้เลยสลัดความขี้เกียจเรียกพลังแห่งการเขียนบทความขึ้นมาอีกคำรบหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้เขียนพิมพ์ถ่ายทอดเรื่องราวจากความรู้สึกเสียนาน เป็นที่มาของบทความชุดนี้ที่นำเสนอแนะนำ การเพาะเมล็ดมะค่าโมง เบื้องต้น(ก่อนแล้วกันนะครับ ส่วนมะค่าแต้อย่าเพิ่งน้อยใจคิดว่าอีกไม่นานจะตามมา)

เอาหล่ะครับก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเมล็ดมะค่าโมงคร่าวๆกันก่อนคิดว่าทุกคนที่สนใจคงเคยเห็นและสัมผัสเมล็ดมะค่าโมงจริงๆมากันบ้างแล้วส่วนถ้าหากใครยังไม่เคยก็ลองๆย้อนกลับไปอ่านบทความและดูรูปภาพประกอบได้ เมล็ดมะค่านั้นเมื่อเค้าผ่านการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ในฝักแล้วก็จะร่วงหล่นสู่พื้นใต้ต้นตามธรรมชาติเป็นไปตามฤดูกาลและช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยแต่ละฝักนั้นเราไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าจะมีเมล็ดที่โตสมบูรณ์อยู่ด้านในมากน้อยเท่าไหร่แต่เท่าที่ผมเคยลองๆนับดูเอาฝักใหญ่ๆก็อาจจะมีได้ถึง 8-10 เมล็ดเลยทีเดียว บางฝักทะลุไปถึง 12 เมล็ดก็มีให้เห็นบ้างแต่นานๆที

ฝักมะค่าเมื่อแก่แล้วส่วนใหญ่เค้าจะแตกเปิดปากออกเองตามธรรมชาติและปัจจัยที่ทำให้เมล็ดมะค่าโมงและมะค่าแต้ร่วงหล่นสู่พื้นนั้นมีหลากหลาย อาทิเช่น ลมฝนที่พัดกรรโชกแรงตอนเมฆตั้งเค้าทำให้เมล็ดมะค่าร่วงได้เป็นอย่างดี หรือบางทีขั้วฝักหลังจากโดนแดดโดนฝนนานๆเข้าเค้าก็ร่วงด้วยแรง g แรงโน้มถ่วงของโลกลงมากระแทกพื้นอย่างจังส่งผลให้ฝักแตกกระจายเมล็ดมะค่ากระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง เพิ่มการกระจายตัวของผืนป่าเป็นแบบนี้ก็มี และไฮไลท์อย่างหนึ่งหากใครเคยเดินไปสำรวจเก็บเมล็ดมะค่าที่ใต้ต้นจะพบเจอกับเหล่ามวลสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเค้าเป็นเพื่อนที่ดีต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติและกระบวนการงอกของเมล็ดมะค่าอย่างไม่น่าเชื่อเลย หากไม่มีเค้ากระบวนการงอกตามธรรมชาติของต้นมะค่าอาจจะช้าไปเยอะไม่ทันการหรือไม่ทันฝนก็ได้ เฉลยให้ก็ได้ครับสัตว์ชนิดนี้เค้าคือ....น้องปลวกเรานี่เอง ส่วนจะเกี่ยวข้องอย่างไรขอยกยอดเอาไว้ไปเขียนเป็นบทความเฉพาะเลยเรียกว่ายกให้เป็นพระเอกนางเอก ไฟส่องหน้าสปอร์ตไลท์กันไปเลยดีกว่า

ผ่านมาหลายย่อหน้ายังไม่เข้าเรื่องเสียทีว่าแล้ววิธีการง่ายในการเพาะเมล็ดมะค่าโมง เบื้องต้นเนี่ยทำกันอย่างไร เริ่มเลยละกัน







ขั้นตอนวิธีการเพาะเมล็ดมะค่าโมง เบื้องต้น

รวบรวมเมล็ดมะค่าโมง ---> สกัดขั้วพร้อมทำแผลให้ถึงเนื้อใน   โดยต้องระวังไม่ทำให้ต้นอ่อนในเมล็ดเสียหาย---> นำเมล็ดมะค่าที่ทำแผลแล้วแช่น้ำร้อน 70-80 องศาเซลเซียส(ไม่ใช่น้ำเดือด) ---> แช่เมล็ดมะค่าให้ท่วมปล่อยให้น้ำเย็นและไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแช่ต่อไปประมาณ 32-40 ชั่วโมง ---> เมื่อเปลือกด้านนอกร่อนดีแล้วนำไปเพาะในถุงเพาะต่อไป ---> ผ่านไปประมาณ 7-10 วันจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้นมะค่าโมงเริ่มงอก

  1. หลังจากได้เมล็ดมะค่ามาแล้ว บางเมล็ดอาจจะใหม่ยังมีขั้วสีเหลืองๆหรืออาจจะไม่เหลืองเพราะซีดโดนฝนโดนแดดจนกลายเป็นน้ำตาลซีดๆ แสดงว่าผ่านการร่วงจากฝักมานานแล้วถ้าเมล็ดที่เพิ่งแก่ใหม่ๆร่วงไม่นาน ขั้วเมล็ดจะเอี่ยมอ่องสีสันเหลืองอ่อนๆสวย บางเมล็ดอาจจะได้รับการแทะจากน้องปลวกทำให้ขั้วนั้นแหว่ง หรือ ร่อนหลุดไปจากตัวเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม เหลือเพียงเมล็ดกลมๆสีน้ำตาลเข้มอย่างเดียว จะเป็นแบบไหนเรารับหมดครับถ้าไม่ลีบหรือดูผอม เมล็ดเต่งตึง ยิ่งอวบใหญ่เท่าไหร่ จัดว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ดีมีโอกาสงอกเป็นต้นมะค่าได้สูงเราเลือกเอามาไว้ในอ้อมใจเลยครับ
  2. เมื่อได้เมล็ดมะค่ามาแล้ว เราต้องมีเทคนิคในการเร่งกระบวนการงอกโดยวิธีใดๆก็แล้วแต่เพื่อทำให้เกิดรอยแผล(เก่า แต่สำหรับเมล็ดมะค่าเราจะทำแผลสดกัน) อาทิเช่น เจียด้วยเครื่องเจียจิ๋วหรือใหญ่แล้วแต่สะดวก  หรือบางคนบอกไม่มีเครื่องเจียขอใช้ตะไปฝนเอาได้ไหมผมก็คิดว่าได้นะไม่ว่ากันไม่เลือกวิธีการแต่ขอให้งานออกมาเนียนและดูดีตามเป้าประสงค์ของเราถือเป็นใช้ได้ บางท่านอาจจะบอกว่าเล่นไม่ยากใช้วิธีบ้านๆเลยคือใช้มีดพร้าสับกระเทาะตัดขั้วเมล็ดพร้อมทำให้เกิดแผลไปด้วยในคราเดียวกันเลย ซึ่งวิธีนี้ได้ผ่านการทดลองโดยผู้เขียนมาแล้ว แต่แนะนำว่าต้องระมัดระวังเพราะอาจจะไม่ใช่แต่เพียงเมล็ดมะค่าโมงเท่านั้นที่จะเกิดแผล อาจจะรวมถึงนิ้วมือที่ท่านจับเมล็ดด้วยที่จะเป็นแผลครับ สารพันวิธีที่จะทำให้เกิดแผลขึ้น แล้วทำไมต้องทำให้เกิดแผลที่ตัวเมล็ดมะค่าเหตุเพราะว่าเมล็ดมะค่าโมงนั้นด้วยตัวเมล็ดของเค้าด้านนอกจะมีเปลือกหุ้มชั้นนอกสีน้ำตาลเข้มที่เราเห็นหนาและป้องกันความชื้นจากน้ำฝนได้เป็นที่หนึ่งเลยหากเราโยนลงถาดเพาะหรือหมกในถุงเพาะเชื่อเลยว่าผ่านไปหลายเดือนบางทียังไม่สะดุ้งหรือมีทีท่าว่าจะงอกเลยหล่ะครับ จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราต้องทำแผลให้เข้าไปถึงเนื้อในเมล็ดมะค่าโมงสีขาวเพื่อให้น้ำซึมผ่านเข้าไปได้เร่งการงอกได้เร็วขึ้นมาก จากหลายเดือนจะเหลือไม่กี่วัน 
  3. การฝนเจีย หรือ กระเทาะ ในการทำแผลให้กับเมล็ดมะค่าโมง เราต้องทำอย่างระมัดระวังโดยต้องไม่ให้ส่วนที่เป็นเอ็มบริโอหรือต้นอ่อนที่อยู่ใกล้บริเวณขั้วเมล็ดนั้นได้รับความเสียหายหรือหลุดร่อนออกไประหว่างที่เราเจียตะไป หรือ ใช้มีดพร้าฟัน นะครับ (แต่ถ้าเฉพาะขั้วเมล็ดสีเหลืองหลุดไม่เป็นไร เพราะไม่กระทบกระเทือนเอ็มบริโอ) เพราะไม่เช่นนั้นก็จบกันเมล็ดนั้นจะไม่งอกเพราะขาดส่วนสำคัญที่เป็นรหัสทางพันธุกรรมที่จะแบ่งเซลล์แทงรากออกมาและงอกเป็นต้นอ่อนนั่นเอง แนะนำให้ใช้เครื่องเจียจิ๋วหรือถ้าไม่มีลองๆไปตามร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์หรือซ่อมเครื่องยนต์และฝากให้เค้าช่วยเจียให้แต่อธิบายหรือกำกับไปพร้อมกันว่าเจียเอาพอเป็นแผลเห็นเนื้อในสีขาวและไม่ไปโดนเอ็มบริโอต้นอ่อน แผลไม่ต้องใหญ่มากให้พอไปแช่น้ำแล้วน้ำซึมเข้าได้ดีหล่ะครับ สกัดขั้วสีเหลืองๆออกด้วยจะดีมากเพราะรากเค้าจะแทงออกทางบริเวณนั้น
  4. เมื่อเราผ่านการเจียหรือตะไป หรือ ใช้มีดพร้าสับแบบ(ไม่เสียนิ้วมือไปด้วยนะครับ โฮ๊ะๆๆๆ) ก็มาถึงขึ้นตอนการนำมาเมล็ดมาแช่น้ำ โดยแนะนำหาภาชนะที่จะใช้แช่อาจจะเป็นขวดน้ำดื่ม PET ทั่วไปที่เราซื้อมาดื่มนี่แหละครับ ทำการตัดขั้วออกให้มีลักษณะเป็นแก้วน้ำ หรือใครไม่สะดวกจะใช้แก้ว หม้อ ชาม หรืออะไรก็ได้แต่ให้ใส่น้ำร้อนได้แล้วไม่ละลายเป็นพอ และตรวจดูด้วยว่าไม่มีมดแมลงหรือสัตว์ตัวน้อยอยู่ด้านในเพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่สร้างหนี้สินเวรกรรม ไม่งั้นเดี๋ยวโดนน้ำลวกตายกันหมด  ให้นำกาน้ำร้อนเสียบปลั๊กต้มน้ำเสมือนหนึ่งเราอยากชงโอวันติน หรือ กาแฟ ดื่มอย่างไงอย่างงั้นเลยเมื่อน้ำเดือดแล้วก็ทำการใส่เมล็ดลงในกระป๋องที่เราจัดเตรียม(โดยตรวจเช็คแล้วว่าไม่มีน้องมด น้องแมลงใดๆเพื่อไม่ให้เค้าต้องมาเสียชีวิตลงโดยใช่เหตุ) กดน้ำร้อน ไม่ต้องแปลกใจใช่แล้วครับ น้ำร้อนในกาต้มน้ำที่เราเพิ่งถอดปลั๊กไปนั่นแหละครับกดลงไปในแก้วที่มีเมล็ดมะค่าโมงโดยเผื่อให้ท่วมเมล็ดพอประมาณ
  5. หลักจากแช่เมล็ดด้วยน้ำร้อนที่เรากดจากกาต้มน้ำแล้ว โดยน้ำควรท่วมเมล็ดมากหน่อยเพราะเมล็ดมะค่าโมงจะดูดน้ำและพองตัวในเวลาต่อมา พอใส่น้ำร้อนแล้วไม่ต้องทำอะไรเลยครับหากระดาษหรือผ้าหรืออุปกรณ์มาปิดฝาไว้กันมดเมล็ดตกใส่แก้วมะค่าโมง หลังจากนี้เราแค่รอเวลาเท่านั้นเองให้เมล็ดมะค่าเค้าดูดดื่มน้ำไปเรื่อยๆจนหนำใจ ส่วนน้ำก็จะคลายร้อนเป็นน้ำเย็นธรรมดาก็ไม่เป็นไรครับแช่ต่อไป แต่เวลาผ่านไปอาจจะมีกลิ่นตุๆของเมล็ดมะค่าเป็นธรรมดาแนะนำให้วางไว้นอกบ้านหรือที่ที่กลิ่นจะไม่รบกวนเราได้ 
  6. หลังจากผ่านการแช่ข้ามวันข้ามคืนเมล็ดมะค่าโมงจะเริ่มอ้วนจะเริ่มพองโดยเปลือกนอกที่เราเห็นแข็งๆสีน้ำตาลเข้มนั้นจะรับน้ำไปก่อนเป็นอันดับแรกจะเริ่มร่อนยุ่ยเรียกว่าเริ่มระทวยโดยลำดับครับจากการฟิชเจอริ่งกับน้องน้ำเข้าไป รวมทั้งน้ำจะซึมผ่านแผลเข้าสู่เนื้อในไปทำให้เมล็ดด้านในเนื้อสีขาวอิ่มน้ำตามไปด้วยเรียกว่าแทรกซึมไปจนถึงทุกอณูกระตุ้นให้ต้นอ่อนที่หลับอยู่เริ่มตื่นเริ่มกระบวนการงอกขึ้นโดยลำดับ 
  7. แต่เดี๋ยวก่อนการแช่น้ำให้เมล็ดมะค่าโมงนั้นช่วยกระตุ้นการงอกในอัตราที่เร็วขึ้นก็จริงครับแต่ทุกอย่างก็มีสมดุลมากไปน้อยไปก็ส่งผลเสีย เช่นกัน เราควรนำเมล็ดมะค่าแช่น้ำพอประมาณเมื่อสมควรแก่เวลาแล้วผ่านไป 32-40 ชั่วโมง ควรนำขึ้นหรือเทน้ำทิ้งออกให้หมด ทั้งนี้ทั้งนั้นระยะเวลาอาจจะไม่ถึงกับตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเอาเป็นว่าให้หมั่นมาตรวจดูว่าเปลือกนอกร่อนดีไหมร่อนครบทั้งเมล็ดหรือยัง แต่เปลือกอาจจะร่อนไม่ครบทั้งเมล็ดก็ไม่เป็นไร หรืออาจจะลองๆหยิบจากน้ำขึ้นมาบีบๆดูว่ามีความอ่อนนุ่มหยุ่นๆมือมากหรือไม่มากน้อยเพียงใดเพราะรับน้ำไปเยอะ ถ้านิ่มมากเกินแสดงว่าควรพอแล้วเพราะเวลาเรานำไปเพาะอาจจะไม่ทันงอกจะเน่าคาถุงเพาะไปเสียก่อนหน่ะซิครับ 
  8. เมื่อเมล็ดมะค่าโมงได้ที่แล้วก็นำไปเพาะในถุงเพาะชำหรือกระบะอะไรก็สุดแล้วแต่เราจะสร้างสรรค์หรือจัดหาได้ขึ้นมาครับ วัสดุเพาะก็ใช้ดินดี ผสมแกลบดิบ ปุ๋ยคอก ประมาณอัตราส่วนเท่าไหร่ก็ได้ครับเน้นให้วัสดุเพาะร่วนซุยระบายน้ำดี หรือ อาจจะเป็นแกลบดำเพียวๆคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใช้ได้ยังไงลองๆดู แต่อยากให้มีดินและแกลบข้าวแกลบดิบ และปุ๋ย ร่วมด้วยช่วยกันจะดีกว่า 
  9. เท่านี้เราก็จะได้เห็นเมล็ดมะค่าโมงงอกสมใจแล้วครับ หมั่นรดน้ำให้ชื้นแต่อย่าบ่อยดูตามสภาพดินเพาะถ้าชื้นดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องรดเพิ่มครับ เพราะว่าเมล็ดนั้นเราแช่น้ำมาพอสมควรถ้ารดน้ำมากไปอาจจะไม่ทันงอกและเค้าจะโดนราและความชื้นเล่นงานจนเน่าคาเมล็ดไปเสียก่อน ผ่านไปสัก 3-5 วันถ้าลองๆสังเกตุดูรากจะแทงสู่ดินในถุงเพาะ ประมาณอาทิตย์หนึ่งเราน่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแทงรากยาวขึ้นและชูใบอ่อนให้เราขำๆตลกกับการโงหัวขึ้นชูช่อของเมล็ดมะค่าเค้าหล่ะครับ 
  10. สุดท้ายควรเผื่อใจและเผื่อความผิดพลาดว่าเราเพาะเมล็ดมะค่าโมงอาจจะไม่งอกดีทั้งหมดทุกเมล็ด อาจจะเพราะเมล็ดแต่เดิมที่เราได้มาไม่ค่อยสมบูรณ์ หรือเมล็ดเค้าดูดน้ำมากไปเราแช่นานไป เผื่อเปอร์เซนต์ความผิดพลาดไว้ด้วยนะครับ ขอให้โชคดี
คิดว่าบทความนี้น่าจะพอเป็นไกด์ไลน์แนวทางในการลงมือปฏิบัติจริงในการเพาะเมล็ดมะค่าโมงได้พอสมควร มีข้อเสนอแนะติชมอย่างไรคอมเมนท์เอาไว้ท้ายบทความกันได้หวังว่าทุกคนจะมีความสุขในการเพาะเมล็ดมะค่าโมง และร่วมมือกันคนละไม้ละมือเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้ธรรมชาติสืบไป

เครดิตรูปภาพ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=29782.0
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=67730.16