แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมล็ดมะค่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมล็ดมะค่า แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ต้นมะค่าโมงยักษ์โบราณ 18 คนโอบ (คลิปสะเก็ดข่าว)

ต้นมะค่าโมงยักษ์โบราณ 18 คนโอบ 


     ไปดูต้นตอของไม้มะค่า ไม้หวงห้าม จะไปต้องเข้าป่าที่จังหวัดเลยไปดูที่อำเภอท่าลี่ เหลืออยู่ต้นเดียวแล้วคะ จะไปถึงลำบากทีเดียว ได้คุณพี่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโพนทอง พร้อมด้วยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นมากันเป็นขบวน แถมชวนชมรมส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

     มาด้วยวิธีไปต้องนั่งรถอีแต๊ก ที่เสียงดัง แต๊กๆๆๆๆ เข้าไป แถมเดินเท้าต่ออีก ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ถึงจะได้เจอต้นแม่ นี่ต้นมะค่าใหญ่มาก 18 คนโอบ หาดูไม่ได้แล้วนะ ส่วนดำๆโน้นฝักของมัน คือเดี๋ยวนี้หากปล่อยไปตามธรรมชาติไม่งอกง่ายๆอย่างนี้มนุษย์เราต้องช่วย โดยวิธีภูมิปัญญาชาวบ้านช่วยกันเพาะ ช่วยกันขยายพันธุ์ เริ่มจากเอาเมล็ดมะค่ามาเผาไฟ จากนั้นนำไปแช่น้ำ 2 วันแล้ว นำไปเพาะในแปลงทุกเมล็ดชูช่อแทงยอดให้เห็น

 



วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คนละไม้ละมือ...โครงการเพาะกล้าไม้ ต้นกล้ามะค่าโมง ปลูกป่าอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๕ (ภาพ)

โครงการเพาะกล้าไม้ ต้นกล้ามะค่าโมง ปลูกป่าอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๕

พอดีลองๆค้นหาภาพกิจกรรมเกี่ยวกับต้นมะค่าโมง ไปเจอข้อมูลจากหน้าเว็บแห่งหนึ่งเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างจิตสำนึกดีๆโดยเฉพาะปลูกฝังให้น้องๆเยาวชนตัวน้อยได้เข้าใจถึงการอนุรักษ์และลงมือปฏิบัติทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่คัดเมล็ดมะค่าโมง กรอกดินใส่ถุงเพาะ (แอบแซวนิดนึงจากที่เห็นในรูป ซึ่งน้องๆคงไม่มีเวลาหาวัสดุเพาะที่เป็นอินทรียสารอื่นๆมาคลุกผสมร่วมด้วย อาทิเช่น แกลบดิบ เศษฟางละเอียด ปุ๋ยคอก เลยจัดหนักแบบเร็วๆเน้นดินเป็นหลัก ยังไงถ้าต้นมะค่างอกมาสักพักแล้วหาปุ๋ยคอกมาโรยให้เค้ากินบ้างนะครับน้องๆ ^-^ V ) จัดเรียงเป็นแถวด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย รอให้ต้นมะค่าโมงงอกและนำไปปลูกต่อไป

เอ้าช้าอยู่ไยไปดูภาพกันเลยครับ คาดว่าน้องๆนักเรียนทั้งเด็กผู้ชายและหญิงที่ช่วยกันเพาะมะค่าโมงจะเรียนอยู่ที่ โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก (กองทัพบกอุปถัมภ์) มั้งครับยังไงถ้าหากออนไลน์แวะเวียนผ่านมาเจอบทความนี้ แล้วใช่เจ้าตัวที่นำภาพมาลงก็ช่วยมาคอนเฟิร์มให้เราได้รู้กันด้วย ปรบมือให้กับความตั้งใจดีๆนี้ด้วยคน









เครดิตภาพจาก http://www.thai-school.net/โครงการเพาะกล้าไม้__ต้นกล้ามะค่าโมง_ปลูกป่าอนุรักษ์_ประจำปี_๒๕๕๕-activities-ID-152090.html


วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พี่ข้าวโอ๊ต น้องแพรวา และ มะค่าโมง

พี่ข้าวโอ๊ต น้องแพรวา และต้นมะค่าโมง


รู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่ารักดี สำหรับสองศรีพี่น้อง พี่ข้าวโอ๊ตคิดว่าเป็นพี่ชาย กับน้องแพรวาน้องสาว ที่คุณแม่ซึ่งมีจิตใจรักต้นไม้ รวมถึงต้นมะค่าโมง อยากจะเผื่อแผ่แบ่งปันเมล็ดมะค่าโมงให้กับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจผ่านทางเว็บไซต์เกษตรพอเพียง เห็นแล้วจึงอดไม่ได้ที่จะปลื้มใจและแอบยิ้มเล็กๆให้กับความน่ารักของสามแม่ลูก โดยเฉพาะคุณแม่ของน้องทั้งสองคนที่มีวิธีในการสอนลูก ปลูกฝังให้รักธรรมชาติเข้าใจถึงคุณค่าในการปลูกต้นไม้ วิธีการแบบนี้ทำให้เด็กๆนั้นได้ซึมซับเอาเรื่องราวต่างๆที่ดีและมีอยู่แล้วรอบตัวไปเองโดยที่เค้าไม่รู้สึกว่าต้องมานั่งเคร่งเครียดแต่อย่างใดแถมสนุกอีกต่างหาก

การเรียนรู้โดยลงมือทำจริงผ่านการติดตามคุณแม่ไปเที่ยวชมธรรมชาติ ลงมือเก็บเมล็ดมะค่าโมงเพื่อนำมาแจกจ่ายด้วยตนเอง รวมถึงลงมือเพาะเมล็ดต้นมะค่าโมงทำให้เค้าได้สัมผัสจริงกับธรรมชาติและกระบวนการการเติบใหญ่ของต้นไม้ไปโดยปริยาย เสมือนหนึ่งยกห้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มาไว้ที่บ้านอย่างไงอย่างงั้น สร้างความเพลิดเพลินอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างน่าปรบมือให้ซึ่งผมคิดว่าหากคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงญาติผู้ใหญ่ครอบครัวใดจะใช้วิธีนี้ในการนำพาหนูน้อยที่จะเติบใหญ่เป็นกำลังสำคัญในอนาคตให้เค้าได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมอะไรสักอย่างหนึ่งเกี่ยวกับธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆและคิดว่าไม่เกินกำลังที่ผู้ใหญ่อย่างเราจะทำได้อย่างแน่นอน

จึงขอเก็บเกร็ดเรื่องราวเล็กๆน้อยเกี่ยวกับต้นมะค่าโมง ไปชมภาพที่ทางบล๊อกขอนำมาลงเพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนที่สนใจและชอบต้นมะค่าได้ดูเพลินนะครับ คงไม่ว่ากันนะจ๊ะ คุณแม่ และ นายแบบ นางแบบ หนูน้อยของเรา พี่ข้าวโอ๊ต น้องแพรวา และต้นมะค่าโมง หวังว่าต้นมะค่าของน้องๆจะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาไปพร้อมๆกับข้าวโอ๊ตและน้องแพรวาที่ซึ่งพื้นที่ความทรงจำดีๆเล็กๆส่วนหนึ่งในหัวใจของเค้าทั้งสองได้มีกล้ามะค่าน้อยเติบโตอยู่ตลอดกาล









เครดิตรูปภาพ  http://www.bansuanporpeang.com/node/22753


วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เมล็ดมะค่าอ่อน ของโปรดลิงป่า

มะค่า ---> มากค่า มากคุณค่า

วันนี้นำเอาเรื่องราวของเพื่อนๆที่แชร์ประสบการณ์ดีๆเกี่ยวกับ มะค่า มะค่าโมง ให้สมดั่งคำพ้องที่ว่า มะค่า นั้น มากค่า มีคุณค่าเหลือเกิน โดยความน่าสนใจอยู่ที่เป็นสิ่งที่ผู้เล่าเรื่องราวผ่านหน้าบล๊อกของเค้า(และเราไปแอบขอนำมาโพสต์ให้เพื่อนๆได้อ่านอีกทอด) ได้เดินทางล่องไพรสู่ผืนป่าพบเจอสัมผัสกับเหตุการณ์จริงที่อิงเอื้ออาศัยกันและกันระหว่างต้นไม้ในป่าเขาลำเนาไพร ที่ต่างก็เอื้ออาทรอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลมาเนิ่นนานโดยสัตว์น้อยใหญ่นั้นก็อาศัยร่มเงาความชุ่มชื้นจากป่าไม้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งที่พักพิงและเป็นแหล่งอาหาร ส่วนต้นไม้นั้นเชื่อแน่ว่าต้องได้ประโยชน์จากสัตว์น้อยใหญ่ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมเชื่อมโยงกันเป็นสายใยที่บางทีเราเองก็ยากที่แยกแยะและทำความเข้าใจในการเกื้อกูลกันในห่วงโซ่ที่ซับซ้อน

เพราะฉะนั้นเรื่องราวเล็กๆระหว่างเจ้าลิงป่า และ ต้นมะค่าโมง ที่เราจะขอหยิบยกนำเอาบทที่มีเพื่อนๆในโลกออนไลน์เขียนเอาไว้นำเสนอในวันนี้ก็เพื่อที่จะย้ำเตือนย้อนให้เราตระหนักอย่างจริงจังถึงความเป็นส่วนหนึ่งว่าตัวเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็กๆของธรรมชาติมิใช่ทุกอย่าง

เพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจรวมถึงปรับเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่เราเข้าใจว่าเราควบคุมธรรมชาติและสามารถทำได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้โดยมิได้คิดถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงที่จะตามมาแปรเปลี่ยนเป็นอยู่อย่างมีธรรมะอ่อนน้อมถ่อมตนให้ความเคารพต่อธรรมชาติเหตุเพราะตัวเราก็คือธรรมและธรรมชาติก็คือเรา ถ้าหากทำได้เช่นนี้แล้วก็ย่อมที่จะน้อมนำให้เราเข้าถึงความล้ำค่าของสิ่งอยู่ที่อยู่รอบตัวเราได้อย่างแน่นอน

...................................................................................................................................................................

เมล็ดมะค่าอ่อนกินได้ คุณเคยลองหรือยัง?

ครั้งหนึ่งระหว่างเดินป่า ฝูงลิงป่าทำให้ผมมีโอกาสได้ชิม เหล่าลิงกำลังแกะฝักมะค่า
เพื่อที่จะกินเมล็ดข้างใน ขณะผมเดินเข้าใกล้ ฝูงลิงรู้ตัวว่ามีภัยมาก็พากันหนี
พวกมันกระโจนไปตามยอดไม้ เสียงดังโครมคราม โดยทิ้งฝักมะค่า ไว้เกลื่อนพื้น
เมื่อหยิบขึ้นดู ตรงขอบฝักมีรอยกัดแทะ ฉีกทึ้ง เปลือกเปิดเผยอขึ้น มองเห็นด้านในสีขาว
แต่ไม่ถึงเนื้อใน 


ลิงป่ายังไม่ทันได้ลิ้มรสเนื้อมะค่าอ่อน แสดงว่าผมเข้ามาขัดจังหวะการกินของพวกมัน
ฝักมะค่าอ่อนสีเขียวสด แต่เปลือกแข็ง และเหนียว น่าทึ่งที่ฟันอันแหลมคม กับพลังในการฉีกดึง
ของมันสามารถแกะเปลือกแข็งๆได้โดยปราศจากเครื่องทุ่นแรงใดๆ

ลำพังมนุษย์ใช้มีดพับที่คมกริบก็ยังยากที่จะเฉือนเข้า

เมื่อแบะเปลือกออกได้ (ซึ่งใช้เวลาพอสมควร) ภายในฝักจะมีเมล็ดอ่อนสีขาวเรียงตัวเป็นแถว
ตามแนวยาวของฝัก
 เมล็ดมะค่าอ่อน มีรสชาติหวานมัน กรอบอร่อย
แต่จะฝาด หากกินโดยไม่แกะเปลือกนอกที่หุ้มเมล็ดทิ้งไป หลังจากได้ลอง ผมฟันธงได้เลยว่า
พวกลิง กับสัตว์ป่าอีกหลายชนิด คงชอบกินเมล็ดมะค่ามาก
และคิดว่าพวกมันก็คงเห็นด้วยกับผมเป็นแน่ เพราะสัตว์ป่ากับผมมีรสนิยมคล้ายกัน! (ฮา)

ฝักอ่อนของมะค่าเกิดขึ้นราวๆเดือนสิงหา
แต่หากย้อนไป มะค่าจะออกดอกสะพรั่งประมาณเดือนเมษา จากนั้นจะร่วงหล่นเต็มพื้น
เป็นอาหารของสัตว์ป่านานาชนิด แต่ที่ชื่นชอบดอกมะค่าเป็นพิเศษคือ อีเก้ง



ร่องรอยของเจ้าลิงป่าพยายามจะแกะกินเมล็ด (ที่อยู่ด้านในฝักมะค่าโมง)

ภายในฝักมะค่าที่ถูกแบะออก  เม็ดสีขาวคือส่วนที่กินได้
...............


มนุษย์ตัดไม้เนื้อดีแทบหมดป่า หนึ่งในนั้นคือ ต้นมะค่า
มาถึงวันนี้กลับมีความคิดที่จะปลูกมันขึ้นใหม่เพื่อทดแทน
      
การยิงเมล็ดมะค่าด้วยหนังสติ๊ก ให้เมล็ดตกลงดิน ปล่อยงอกขึ้นเองตามยถากรรม
ในป่าเสื่อมโทรม นับเป็นอีกวิธีหนึ่งเพื่อช่วยปลูกป่า แต่กว่าเจ้ามะค่าน้อยๆจะงอกขึ้นเป็นต้นกล้า 
ต้องรอเวลาที่เหมาะสม อาจนานเป็นหลายๆปีก็เป็นได้ เมล็ดแก่ของมะค่าโมงเปลือกแข็งมาก
ขึ้นเองยาก ถ้ามีสัตว์ หรือแมลงปากแข็งๆ มากัดแทะ มันจะโชคดี ทำให้ต้นอ่อนมีช่อง
ที่จะแทงยอดเจริญพันธุ์ได้ ถึงแม้งอกยาก แต่ต้นมะค่าโตแล้ว ตายยาก
เพราะทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ไม่เช่นนั้น ก่อนนำไปขยายพันธุ์ ต้องทำการขูดปลายเมล็ด
เพื่อเปิดช่องให้ต้นกล้าแทงออกได้ง่ายขึ้น หรือจะเอาไปเผาไฟ ก่อนนำไปแช่น้ำ 
เมล็ดจะอวบอิ่มพร้อมเจริญเติบโต

...............


ถ้าพูดถึงไม้ในป่าชั้นดี ทั้งสัก เต็ง แดง ประดู่ ฯลฯ ก็ยังมี 'ต้นมะค่า' 
อีกชนิดหนึ่งที่ต้องกล่าวถึง
มะค่าเป็นไม้ยืนต้น สูงใหญ่ถึง 20-30 เมตร มีใบประกอบแบบขนนกคล้ายใบประดู่

มะค่า มะค่าโมง มะค่าใหญ่ หรือมะค่าหลวง เป็นไม้เนื้อแข็งเหนียว ทนทาน ขัดและชักเงาได้ดี
จึงนิยมใช้ทำเสา รอด ตง พื้นไม้ เครื่องบน ต่อเรือ เครื่องกลึง พานท้ายปืน รางปืน
รวมถึงใช้ทำกลองโทน รำมะนา ฯลฯ ส่วนเปลือกใช้ทำน้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง เป็นต้น

'มะค่า' สอดคล้องกับคำว่า 'มีค่า' โดยบังเอิญหรือไม่ก็ตาม
แต่แน่นอนว่า มันเป็นไม้มีราคาสมชื่ออย่างแท้จริง เพราะในป่าเหลือน้อยลงเต็มที
ทำให้มีค่าดั่ง 'ทอง' หนำซ้ำ ลวดลาย และเนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมแดง
และคนส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าสวยงาม

แปลก...ที่มนุษย์ชอบชื่นชมความงามจากสิ่งที่ตายไปแล้ว 

แต่กลับมองไม่เห็นคุณค่าขณะมันมีชีวิต
ว่าเอื้อประโยชน์กับชีวิตอื่นๆได้มากมาย ไปอีกนานแสนนาน...
อุปโภคทรัพยากรธรรมชาติกันอย่างพอเพียงเถอะครับพี่น้อง!

แหล่งที่มาของบทความ
http://junglehome.multiply.com/journal/item/28/28

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

มะค่าโมง






ชื่อพื้นเมือง        เขง เบง บิง ปิ้น มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง มะค่าหัวคำ
ชื่อวิทยาศาสตร์  Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib
ชื่อวงศ์             LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
สถานภาพ         ไม้หวงห้ามธรรมดาประเภท ก
นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์          ในประเทศ       ป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งยกเว้นภาคใต้
          ในต่างประเทศ  อินเดีย พม่า กัมพูชา ลาว
ลักษณะทั่วไป          ต้นไม้  ไม้ยืนต้นขนาดใญ่ แต่สูงแค่ประมาณ 10-18 เมตร เพราะว่าแตกกิ่งก้านต่ำมาก ลำต้นใหญ่ได้มาก แต่สั้น ๆ ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง เปลือกนอกแตกสะเก็ดเป็นหลุม ๆ สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลอมชมพู เปลือกในสีขาว
          ใบ  ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม 3-5 คู่ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 2-5 ซม. ยาว 4-9 ซม. ปลายใบมน มักจะเว้าตื้นตรงกลาง โคนใบมนหรือตัด เส้นแขนงใบข้างละ 8-10 เส้น แบบขั้นบันไดปลายไม่จดขอบใบ ก้านใบย่อยยาว 3-5 มม.ใบอ่อนสีสนิมเหล็กสวยมากเมื่อกระทบแสงแดด
          ดอก  ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะที่ปลายกิ่ง ยาว 5-15 ซม. ใบประดับรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 4 แฉกซ้อนเหลื่อมกัน ยาว 10-12 มม. สีเขียวอ่อน กลีบดอกมีเพียงกลีบบนสุดกลียบเดียวสีแดงเรื่อ ๆ บานเต็มที่กว้าง 2-3.5 ซม.
          ผล  ผลเป็นฝักหนาแข็ง แก่แห้งสีน้ำตาล รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนกว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-18 ซม. เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดสีดำเชื่อมต่อด้วยเยื่อเหนียวสีเหลือง สวยดี
          ระยะเวลาการออกดอกและเป็นผล               ออกดอก  ก.พ.-มี.ค. ผลแก่  มิ.ย.-ส.ค.
          การขยายพันธุ์  เพาะกล้าจากเมล็ด
          ลักษณะเนื้อไม้  สีน้ำตาลแก่ เนื้อละเอียดค่อนข้างแข็งและแน่น เสี้ยนตรงสม่ำเสมอ
          ชั้นคุณภาพ  A
          ลักษณะทางกายวิภาค  ที่เห็นได้ด้วยแว่นขยายขนาด 10-15 เท่า (handlens)
          พอร์ เป็นแบบ พอร์เดี่ยว (solitary pore) และ พอร์แฝด (multiple pore) การเรียงตัวเป็นแบบพอร์ลูกโซ่ (chain) การกระจายเป็นแบบกระจัดกระจาย (diffuse porous) พอร์ขนาดปานกลาง ทางภายในพอร์มีไทโลส (tylose) เป็นส่วนมาก เส้นเรย์เห็นชัด พาเรงคิมาเป็นแบบ ไม่ติดพอร์ (metatracheal parenchyma)
          สกายสมบัติ  ความแน่น (กก./ม.3) 920 ความยากง่ายในการผึ่งไม้ยาก การอบไม้ ตารางที่ 4
          กลสมบัติ (strength properties)
ชั้นความแข็งแรง (strength group) A                        แห้ง (Air-Dry)   สด(Green)แรงดัดสถิต          มอดูลัสแตกร้าว (M O R)      (MPa)          120
(static bending)   มอดูลัสยืดหยุ่น (MOE)         (MPa)         9,973
แรงอัดขนานเสี้ยน (compression parallel to grain)  (MPa)           63
แรงเฉือน (shear parallel)                             (MPa)          16.3
ความแข็ง (hardness)                                  (N)            7,924
ความทนทานตามธรรมชาติ  ความทนทานสูงมาก 10.7 ปี การอาบน้ำยาไม้ ชั้นที่ 2
คุณสมบัติการใช้งาน  การเลื่อยไส เจาะ กลึง ปานกลาง การยึดเหนี่ยวตะปู ดี การขัดเงา ง่าย
การใช้ประโยชน์     ด้านเนื้อไม้แปรรูป  ไม้ใช้ในการก่อสร้าง ที่ต้องการความแข็งแรง ทำเครื่องมือเกษตรกรรม เครื่องดนตรี ปุ่มไม้มะค่ามีลวดลายสวยงาม ขายกันเป็นกิโลกรัม ราคาสูงมาก นิยมทำเครื่องเรือนกันทั่วไป
     ด้านการทำฟืนและถ่านไม้  ฟืนให้ความร้อน 4,716 แคลอรี/กรัม
     ด้านเป็นไม้ประดับ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดค่อนข้างใหญ่ เส้นรอบวงสลำต้นที่เคยพบยาว 13 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ขณะผลิใบใหม่ ๆ ให้สีสันสวยมาก แพรวพราวไปด้วยสีสนิมเหล็กที่เมื่อกระทบแสงแดดเข้าหรือเย็นสวยจับใจ ประกอบกับเป็นไม้ที่แตกกิ่งก้านกว้างขวางมาก กินพื้นที่ประมาณ 10x10 เมตร จึงต้องปลูกในที่สาธารณะ ส่วนราชการที่กว้าง ๆ โดยเฉพาะในรีสอร์ตกว้าง ๆ ที่ประสงค์จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อปลูกโตแล้วสร้างบ้านทาร์ซานบนง่ามต้นมะค่าโมงได้อย่างเก๋ไก๋ เป็น Tree Top Resort เท่เลย กิ่งก้านใหญ่โตและแข็งแรงมาก ไม่หักหรือฉีกง่าย ๆ
     ปุ่มมะค่าโมง  เป็นส่วนของเนื้อไม้ที่ส่วนโคนต้นซึ่งเป็นโรค เหมือนเนื้องอก ดังนั้นเมื่อฝานปุ่มมะค่าโมงออกเป็นแผ่น ๆ จึงมีลวดลายเนื้อปุ่มแปลกสวยงามพิสดาร เป็นที่ต้องการของตลาดการตกแต่งไม้ประเภทเครื่องเรือนมาก ขายกันเป็นกิโลกรัม แต่ปัจจุบันนี้แทบหาต้นมะค่าโมงในป่าไม่ได้เลย เว้นแต่ในบ้านใกล้เรือนเคียง เช่น ลาว เขมร พม่า หรือไกลไปถึงคาเมรูน ในทวีปแอฟริกา
     ด้านเป็นพืชอาหาร  เนื้อในเมล็ดอ่อนรับประทานได้ เมล็ดแก่มีสีดำเป็นมันส่วนหนึ่ง โดยมีขั้วผลเป็นไขสีขาวเหนียวมาก เจาะรูเป็นพวงกุญแจ เมล็ดมะค่าโมงได้เก๋ไก๋ไม่เบาทีเดียวเป็นของฝากจากคนป่ามานานแล้ว
     ด้านเป็นสีย้อมผ้า เนื้อไม้ และสวนอื่น ๆ ให้สีย้อมสีเหลืองและสีน้ำตาล คนอีสานนิยมใช้ย้อมผ้าไหม และผ้าฝ้าย เปลือกมีน้ำฝาดใช้ฟอกหนังได้ ชนิด Pyrogalld และ Catechul
     ด้านสมุนไพร สรรพคุณ
          เปลือกต้น  ผสมกับเปลือกมะค่าแต้ว 50 : 50 ทำเป็นยาประคบ แก้ฟกช้ำ ปวดบวม หรือผสมกับรากพังคี 50 : 50 เป็นยาสมานแผล
          เมล็ด  ขับพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง
          ปุ่ม  แก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้โรคผิวหนัง ถ่ายพยาธิ รสเบื่อเมา
          ไม่ระบุส่วนที่ใช้  แก้โรคผิวหนัง แก้ริดสีดวงทวารหนัก
ข้อมูลการวิจัยที่สำคัญ     สารเคมี (+) - fisetinidol (1)
     ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
          ไม่มีรายงานการวิจัย