แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมล็ดมะค่าโมง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมล็ดมะค่าโมง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กรมฝนหลวงฯ โปรยเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง และอื่นๆ เพิ่มพื้นที่ป่า



กรมฝนหลวงฯ โปรยเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง และอื่นๆ เพิ่มพื้นที่ป่า


           สืบเนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี มักจะมีความขัดแย้งการชิงน้ำ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีจำนวนลดลง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหน่วยงานต่างๆ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการ "โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศน์ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวง


          พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ณ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2560 ที่ผ่านมา และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าเพื่อ

       สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์และสร้างผืนป่าให้เกิดความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำ และเพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าอีกด้วย ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามโครงการพระราชดำริฝนหลวง จึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับสู่สภาพเดิม รวมทั้งการอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มขึ้น โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจหลักในการเติมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศและในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

            รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพื้นที่แหล่งต้นน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ขณะนี้พบว่าน้ำในเขื่อนมีอยู่เพียง 25% ของความจุของเขื่อน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่ตัวเขื่อนสามารถจุน้ำได้ถึง 314 ล้านลูกบาศ์กเมตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกรมชลประทานบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยปรับแผนการบินปฏิบัติการฝนหลวงให้สอดคล้องกับความต้องการน้ำในพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำสำคัญๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-9 ก.ค.60 โดยระดมสรรพกำลังจากหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมากับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนลำตะคองจำนวน 26.99 ล้านลูกบาศ์กเมตร และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปจนถึงเดือน ต.ค.60 ซึ่งคาดว่าเป็นห้วงเวลาที่จะทำฝนหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันเราก็ถือโอกาสโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ที่เป็นป่า ซึ่งคนไม่สามารถเข้าไปถึงได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าในเขตอุทยาน หรือเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ดังนั้น การโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์และสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าแห่งนี้ด้วย ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยในปีที่แล้วเราดำเนินการนำร่องโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และป่าต้นน้ำในพื้นที่ภาคเหนือเป็นครั้งแรก พบว่าประสบความสำเร็จ มีการงอกของเมล็ดพันธุ์พืช และสามารถเจริญเติบโตถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ซึ่งการปฏิบัติการฝนหลวงในครั้งนี้ก็จะเป็นการเพิ่มเติมความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าในเขตอุทยานและป่าต้นน้ำ

           สำหรับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำตะคองนั้น ต้องมีการระบายน้ำหรือกักเก็บน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนการกักเก็บน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนลำตะคองก็ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรและกรมชลประทานประสานกับกระทรวงมหาดไทยและกองทัพบกให้เพิ่ม
ศักยภาพในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณท้ายเขื่อน เพื่อลดการพึ่งพาจากน้ำในเขื่อน และต้องสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่จะใช้น้ำในบริเวณนั้นด้วย
 "เป็นที่ทราบกันดีว่า อันเนื่องมาจากโครงการฝนหลวง ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานโครงการนี้ให้กับคนทั้งประเทศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรก็ปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนและในพื้นที่การเกษตรมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่า ดังนั้น กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก หน่วยงานภาคเอกชนและประชาชนมาร่วมกันปั้นดินเพื่อห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งและผมก็ได้สั่งการให้ปฏิบัติการฝนหลวงและโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

           ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า การดำเนินการโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์ โดยเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ได้รับมอบมาจากกรมป่าไม้ รวม 14 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ สีเสียดแก่น แดง สาธร พฤกษ์ ไผ่รวก กัลปพฤกษ์ กาฬฟฤกษ์ ประดู่ผล พะยูง คูน ขี้เหล็กบ้าน และนนทรีป่า ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-30 ก.ย.60 ประกอบด้วยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภาคกลาง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และภาคใต้ตอนบน ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจากนั้นก็จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในแต่ละวัน แล้วจัดทำระบบฐานข้อมูล เพื่อวางแผนดำเนินการในช่วงระยะเวลาต่อไป
       
         ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ กิจกรรมปลูกป่า ณ บริเวณป่าชุมชนตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พื้นที่ตำบลหนองกลับ ทุ่งทอง หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นการปลูกป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำ

http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/5194

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แจกเมล็ดมะค่าโมง...สนใจขอรับเมล็ดติดต่อสอบถามผ่าน Email


>>> เริ่มแจกเมล็ดมะค่าโมงฟรี ประจำปี 2560

     ผู้สนใจท่านใด ประสงค์อยากจะได้เมล็ดมะค่าโมงเพื่อนำไปเพาะเพื่อให้เติบใหญ่เป็นต้นมะค่าโมง พร้อมนำไปปลูกในสถานที่ ซึ่งทุกท่านตั้งใจปรารถนาต่อไป

     โดยทางเว็บบล๊อกมาสเตอร์แห่งนี้มีความปรารถนาดีที่อยากจะนำมอบแจกจ่ายเมล็ดมะค่าโมงให้แก่ผู้ที่สนใจที่ติดต่อแจ้งความประสงค์ขอรับเข้ามา

     เพราะฉะนั้นหากใครชื่นชอบ สนใจ และอยากทดลองนำเมล็ดมะค่าไปทดลองเพาะ สร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ อีกทั้งได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการการเจริญเติบโตของเมล็ดมะค่าโมงจนกลายเป็นต้นมะค่าที่พร้อมลงปลูก กับทางครอบครัว หรือ เพื่อนฝูง ให้รีบติดต่อมาทางเราได้นะครับ

กติกา ง่ายๆเพียง

---> เขียนบรรยายความประทับใจเกี่ยวกับต้นมะค่าโมง พร้อมทั้งจุดประสงค์ที่ขอรับเมล็ดมะค่าโมง 

เข้ามาที่ cloudatlas0.0@gmail.com [ คลาวด์แอตลาส ศูนย์ จุด ศูนย์ ]

จากนั้นเราจะติดต่อพูดคุยกลับผ่านทางอีเมลล์ ตามอีเมลล์แอ็ดเดรสที่คุณส่งมา





 รายงานความคืบหน้า ผู้ที่สนใจติดต่อขอรับการแจกเมล็ดมะค่าโมงฟรี  

ท่านที่ 1 คุณสกล วัชรปกรณ์กุล 
( สถานะ - จัดส่งเมล็ดมะค่าโมงให้เีรียบร้อยแล้ว )

     ติดต่อขอรับเมล็ดมะค่าโมงจำนวน 300 เมล็ด (ใจดีช่วยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด อาทิเช่น ค่าน้ำมันรถเพื่อขับไปเก็บเมล็ดมะค่าโมง และ่ค่าจัดส่งพัสดุไปรษณีย์) เพื่อนำไปเพาะกล้ามะค่าโมงโดยตั้งใจจะนำไปปลูกป่าทดแทนที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

" ขอรับเม็ดมะค่าโมงเพื่อปลูกป่า  มะค่าโมงเป็นต้นไม้ที่คุ้นตามาตั้งแต่เด็กในไร่แห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีเทพ จังเหวัดเพชรบูรณ์   เป็นพญาไม้ ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา แม้มีร่องรอยถูกตัดตัดไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ โคนต้นที่เหลือก็ใหญ่มาก น่าจะเป็นสิบคนโอบ   แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ในช่วงที่เผลอ ในวันที่ไม่มีคนเผ้าไร่ พญาไม้ต้นนี้ถูกลับลอบขุดโค่นไปในค่ำคืนหนึ่งโดยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่คราวนี้มาด้วยรถตัก รถขุด   ไม่เหลือแม้กระทั่งราก...

     ไม่รู้จะเอ่ยว่าเศร้าหรือเสียใจแค่ใหน  กับพญาไม้ที่คุ้นตามาตั้งแต่เด็ก อยากได้ซักชุดนะครับ เพราะมีพื้นที่ไม่มาก  ยินดีช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเต็มที่ครับ

เคยไปซื้อที่ร้านขายต้นไม้มา ก็เอาต้นอะไรมาให้ก็ไม่รู้  ใบนี่คนละเรื่องเลย  ไม่คุ้นตาเลย"

คุณสกล วัชรปกรณ์กุล :

"ได้รับแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ รวดเร็วทันใจ มัวแต่เห่อจนลืมตอบเลยครับ

คงเพาะให้แข็งแรงก่อนค่อยนำลงดิน  กำลังหาที่ลงปลุกอยู่ครับ  ตั้งใจนำไปปลุกที่บ้านเกิด ที่ศรีเทพ เพชรบูรณ์ครับ

ตอนนี้มาทำงานที่ชล ช่วงเข้าพรรษาจะกลับไปสำรวจก่อน  แล้วค่อยเพาะ  ให้ต้นแข็งแรงซักระยะ  กะว่าพอให้สู้หญ้าใหว ค่อยนำไปลงดินอีกทีครับ  มีอาจารย์เกษตรท่านนึงสอนว่า ปลุกแซมกับไม้อื่นๆ ได้สูงสุดรวมไร่ละ 500 ต้นครับ   ต้องวางแผนดีๆ 

ส่งต่อเมล็ดพันมะค่าโมง 100 เมล็ด ให้กับ จ่าเอกยอดชาย ร.ร. นายเรือ เพื่อนำไปปลูกต้นไม้ ขยายพันธ์ ลดโลกร้อน"





ท่านที่ 2 คุณพี่ศํกดิ์ดา เพียวประเสริฐ 
( สถานะ - จัดส่งเมล็ดมะค่าให้เรียบร้อยแล้ว ได้ัรับเรียบร้อยแล้ว จำนวน 200 เมล็ด , พี่ศักดิ์ดาโอนเงินมาช่วยค่ารวบรวมและจัดส่ง จำนวน 299.99 บาท ) 

"สวัสดีครับน้อง cloud atlas พี่ดาครับ ไม่เคยปลูกป่า ไม่เคยอยู่ป่า เพราะเป็นคนกรุงเทพ แต่พี่ชอบเที่ยวป่า แบกเป้ไปเดิน ละก็ชอบขึ้นดอยไปสูดอากาศสดชื่น ไปดูทะเลหมอกกัน

     ความฝันพี่อยากทำสวนป่าใหญ่ๆ เป็นสวนผสมผสานมีของกินหลายอย่าง ผัก ผลไม้ ละมีไม้ป่าผสมกันไป ใจจริงอยากปลูกป่าล้วนๆแต่พี่ไม่มีที่ เลลยไปซื้อเขตป่าเสื่อมโทรมไว้นิดหน่อย ตอนนี้ปรับที่แล้วครับ พี่ขอเอกสาร สปก ได้แล้ว เริ่มลงมือปลูกต้นไม้ที่ได้รับแจกเมล็ดมาจาก กพพ ไว้พี่จะส่งรูปให้ดูนะครับ พอดีว่าที่ดินอยู่ไกลกรุงเทพมากๆ นานๆพี่ถึงจะได้ไปดูสักที พี่กะว่า 5 ปี ป่าของพี่คงจะเขียว ร่ม เย็นสบาย พี่จะได้สร้างบ้านกลางป่าแบบที่ฝันไว้ครับ

     ถ้าพี่เพาะเมล็ดขึ้น จะให้น้องมาเที่ยวชมต้นไม้ของน้องที่สวนพี่ด้วยนะครับ พี่ว่าจะทำบ้านดินไว้รับรองแขกด้วย ตอนนี้พี่เริ่มวางแผนเกษียณละครับ ค่อยๆทำไปเพราะความรุ้ด้านนี้น้อยมาก อีกอย่างต้นไม้คงต้องการเวลาเติบโต ใจร้อนไปก็ไม่ได้

พี่อยากได้สัก 20 เมล็ดได้มั้ยครับ(ตอนแรกพี่ศักดิ์ดาอยากได้แค่ 20 เมล็ดแต่เห็นว่ามีพื้นที่เยอะจึงจัดหาให้เพิ่มเป็น 200 เมล็ด) สอนวิธีการเพาะด้วยคร้าบ


ขอบคุณสำหรับน้ำใจ ขอบคุณที่แบ่งปัน ละขอบคุณที่ทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น"

พี่ศักดิ์ดาใจดีโอนเงินมาช่วยค่ารวบรวมและจัดส่งเมล็ดเองทั้งหมดจำนวน 299.99 บาท



ท่านที่ 3 คุณศักดิ์ชาย หอสกุล 
(สถานะ - จัดส่งเมล็ดมะค่าโมงให้เรียบร้อย จำนวน ~ 888 เมล็ด โดยประมาณ )

"สวัสดีครับ
      ผมมีความสนใจที่จะขอรับเมล็ดพันธุ์มะค่า ประมาณ 300-400 เมล็ด เนื่องจากผมต้องการที่จะนำไปปลูกในพิ้นที่ที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ ภทบ5 พิ้นที่แถวนั้นยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่พอสมควร โดยในพื้นที่แห้งแล้ง ทางผู้ใหญ่บ้านและทางการ กำลังดำเนินการสร้างฝายทดน้ำในบริเวณใกล้เคียง ผมจึงอยากนำต้นไม้ใหญ่เข้าไปปลูกในบริเวณนั้นครับ ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ผมยินดีที่จะรับผิดชอบทั้งหมดครับ

     ผมได้โอนเงินไปเป็นค่าเมล็ดพันธุ์มะค่าโมงเป็นจำนวน 808.08฿ รบกวนช่วยตรวจสอบบัญชีด้วยครับ ผมต้องการเมล็ดจำนวน 450++ ขึ้นไปครับ ส่วนที่เหลือช่วยเป็นค่าจัดส่ง และค่าน้ำมันและค่าเสียเวลาครับ ถ้าค่าใช้จ่ายในการจัดส่งนั้นไม่เพียงพอ เมล์มา บอกเพิ่มเติมนะครับ /ชาย
ส่งจาก iPhone"



ท่านที่ 4 คุณสุริยา ศรีจันทร์  
( สถานะ - จัดส่งเมล็ดให้เรียบร้อยแล้วจำนวนประมาณ 250 เมล็ด)

สวัสดีครับ
             ผมมีสวนยางพาราที่ปลูกใหม่ได้ 2 ปีแล้วที่จังหวัดสุรินทร์ ตั้งใจจะไปทำเกษตรที่บ้านเกิดมีโครงการจะเกษียรอายุราชการก่อนกำหนด สนใจจะปลูกต้นมะค่าโมงในเนื้อที่ว่างๆเพื่อให้ลูกหลานได้รู้จักไม้มะค่าโมง เพราะผมเองก็ไม่รู้จักต้นมะค่าโมงเลยเคยเห็นแต่ที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้แล้ว ตอนนี้ที่ปลูกไปบ้างแล้วก็มีไม้พะยูง 2 ต้น ที่เริ่มจะไกล้จะหมดแล้วเพราะโดนลักลอบตัด กับต้นยางนา 1 ต้น  อยากจะขอสัก 20 เมล็ด(ตอนแรกขอรับเข้ามา 20 เมล็ดแต่หลังจากพูดคุยแนะนำผ่านอีเมลล์ทางคุณสุริยาขอรับเพิ่มเป็น 200 เมล็ด เพื่อให้คุ้มกับค่าจัดส่ง) ยินดี ออกค่าใช้จ่ายในการรวบรวมและจัดส่งครับ
                                                                     
                                                                                                                 พ.อ.อ.สุริยา  ศรีจันทร์

(ปล. คุณสริยาส่งอีเมลล์มาแจ้งการโอนเงินและขอเปลี่ยนแปลงรับเพิ่มเป็น 200 เมล็ด และยินดีที่จะร่วมช่วยออกค่าใช้จ่ายในการจัดส่งและจัดหาเองทั้งหมด ซึ่งทางเราก็ยินดีที่จะจัดให้ตามที่ขอมาต่อไป )

สวัสดีครับ
             งั้นขอรับเมล็ดพันธุ์มะค่าโมงสัก 200 เมล็ดเลยละกัน รบกวนช่วยแนะนำวิธีเพาะด้วยนะครับ ได้โอนเงินให้แล้วจำนวน 300 บ. เมื่อวันนี้เวลา 15.49 น. รวบกวนช่วยจัดส่งตามที่อยู่ข้างล่างนะครับ...



คุณขวัญชัย จวงจู

สวัสดีครับ

ผมสนใจอยากจะได้เมล็ดมะค่าโมงมาเพาะ และปลูกในที่ดินของผมเอง
ไม่ทราบต้องทำอย่างไรบ้างครับ
อยากได้สัก 100เมล็ดครับ

สำหรับค่าใช้จ่าย ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวจะดำเนินการโอนให้นะครับแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ


พอดีเข้าไปดูในเวปเห็นวิธีการเพาะของคุณแล้วน่าสนใจมาก เพราะผมเองเคยเก็บมาเพาะเหมือนกันแต่ไม่ได้เอาส่วนโคนออก(สีเหลือง) ผลคือ เน่าหมดเลย 

ขอบคุณมากครับอาจารย์สำหรับข้อมูล
หลังจากได้เมล็ดแล้วผมจะลองดูตามที่อาจารย์แนะนำนะครับ
พอดีมีที่มรดกคุณพ่อที่จังหวัดสระแก้วทิ้งไว้เฉยๆยังไม่ได้ทำอะไรก็คิดว่าปลูกต้นไม้ทิ้งไว้ก่อน
ก็จะปลูกให้หลากหลายครับทั้งไม้ใช้สอยและผลไม้ รวมถึงสมุนไพรต่างๆ
ดีกว่าปล่อยหญ้ารก
นี่ผมยังคิดว่าจะหาไม้พะยูงมาปลูกด้วย เพราะแต่ก่อนที่ตรงนั้นมีไม้พะยูง มะค่า ประดู ชิงชัน ตลอดจนไม้ป่าเบญจพรรณอื่น เมื่อประมาณปี 2519 รัฐบาลสมัยนั้นเปิดให้สัมประทานป่า หมดครับไม้ ไม่เหลือ ขนาดตอยังขุดมาขายเลยครับ แผนสวยหรูว่าสัมประทานไม้ใหญ่ออก และปลูกทดแทน มีแต่ในกระดาษครับ เศร้าใจ
ผมเลยคิดว่ามันน่าจะสร้างได้ สร้างป่านี่แหละ ในที่ผมเองนี่แหละ ให้ระบบนิเวศน์กลับมาอย่างน้อยลูกหลานก็ยังรู้จักต้นไม้ชนิดต่างๆ

อ่อ ผมโอนเงินให้อาจารย์แล้วนะครับ

ตามเอสารแนบจำนวน 300บาท 

ขอแสดงความนับถือ
ขวัญชัย 



คุณเพ็ญพักตร์ สุดจำนงค์ ( มิ.ย. 2558 )

สวัสดีค่ะ

พอดีมาอ่านเจอว่ามีแจกเมล็ดมะค่า มีความสนใจอยากเพาะเอง และจะนำไปปลูกในพื้นที่ป่าชุมชนค่ะ คือป่าช้าประจำหมู่บ้าน โรงเรียน และวัด เพราะส่วนใหญ่พื้นที่ป่ามักถูกยึดมาทำการเกษตรหมดแล้ว คงจะพอมีโอกาสสร้างป่าขึ้นมาบ้าง ตอนนี้มีไม้ป่าที่เพาะเองบางส่วนแล้ว เช่น ยางนา ตะเคียนทอง มะฮอกกานี เต็ง มะกอกป่า สะเดา โดยจะพาเด็กที่โรงเรียนมาร่วมกิจกรรมช่วยกันปลูกด้วยค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ปล. ไม้ป่าดังกล่าวข้างต้น ได้รดเชื้อเห็ดด้วยค่ะ

โอนเงินเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ ส่งตามที่อยู่ นี้ค่ะ
ชื่อ : เพ็ญพักตร์ สุดจำนงค์




[ช่องทางอื่นๆ]...ร่วมแจกผ่านบอร์ดเกษตรพอเพียง 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม  โดยสามารถขอรับได้ท่านละ 1 ชุด ( ชุดละ 5 เมล็ด )
......................................................................................................................................................................................................




รอบแรก - ประกาศ ณ วันที่ 26 ก.ค. 2555 
รอบ 2 - เริ่มประกาศ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 2556

รายงานผลการตอบรับ เปิดแจกเมล็ดมะค่าโมงที่ผ่านมา (รอบที่ 1)

สรุปผลการตอบรับหลังจากเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมขอรับเมล็ดมะค่าโมงรอบที่ 1 โดยมีผู้ติดต่อเข้ามาและทางเราได้จัดส่งเมล็ดมะค่าโมงไปให้แล้วมีรายนามดังต่อไปนี้


คุณสุนทร ทิพย์ภักดี  อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร 

แจ้งความประสงค์ขอรับเมล็ดมะค่าโมงเพื่อนำไปร่วมในโครงการปั้นดินให้เป็นป่า 
จัดส่งให้...จำนวน 4 กิโลกรัม ประมาณโดยคร่าวๆด้วยสายตาตอนแพ็คกล่องน่าจะราวๆ 300 เมล็ดมั้งนะครับ ไม่แน่ใจเพราะชุดนี้เป็นเมล็ดใหญ่ได้น้ำหนักดี

โดยทางคุณสุนทรออกค่าใช้จ่ายในการส่งเองทั้งหมด โอนเงินผ่านบัญชี และทางเราร่วมทำบุญเป็นธุระในการจัดหาเมล็ดมะค่าโมงและส่งรวมถึงช่วยออกค่ากล่องพัสดุภัณฑ์


จัดส่งให้กับผู้ที่สนใจขอรับชุดละ 10 เมล็ด มีผู้สนใจขอรับเมล็ดมะค่าโมงดังนี้


  1. คุณ Amy  บ้านแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
  2. คุณปราโมทย์ ตรีโภชน์  กองช่าง...เทศบาลเมืองควนลัง หาดใหญ่ สงขลา
  3. คุณราเชษฐ์ ทองเกลี้ยง  อ.เมือง พิษณุโลก
  4. คุณนงลักษณ์ พุ่มพฤกษ์ เขตทุ่งครุ กทม.
  5. คุณสุขอนันต์ เนียมเปรม  กทม.
  6. คุณณภัทร จารุ  บางรัก กทม.
  7. คุณ Niki  บางนา กทม.
  8. คุณเพลิน แผวตะคุ  อ.โพธาราม ราชบุรี
  9. คุณสิทธิโชค จันทร์น้อย อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์
  10. คุณณัฐพล อ.เมือง ชุมพร
  11. คุณสุดธิดา หล้านามวงศ์  อ.เมือง ลำปาง



วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มะค่า มะค่าโมง [รูปภาพ]

มะค่า มะค่าโมง 

ต้นมะค่าโมงอายุประมาณ 10 ปี ดูซิว่าจะโตขนาดไหน ? ไปดูกัน....

พอดีไปเจอรูปมะค่าโมง จึงเก็บตกนำมาฝากให้ดูกันสนุกๆครับ โดยต้นมะค่าโมงในรูปนั้นเห็นว่าทางวัดแห่งหนึ่งได้ปลูกและดูแลมาเป็นระยะเวลาประมาณ 10 กว่าปีเห็นจะได้ ถ้าข้อมูลไม่ผิดรู้สึกว่าจะเริ่มปลูกต้นมะค่าโมงเมื่อประมาณปี 2541 และ ถ่ายรูปตอนต้นมะค่าโตแล้วซึ่งเป็นรูปที่นำเอามาโพสต์ลงให้เพื่อนๆดูกันนี่แหละครับเป็นรูปปี 2552 ส่วนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นมะค่าโมงอาุยุประมาณ 10 ปีนิดๆนั้นจะขนาดไหนลองๆเลื่อนดูรูปภาพได้เลยฮะ










อ้างอิงแหล่งที่มารูปภาพ มะค่าโมง
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=29782.0

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แนะนำ...การเพาะเมล็ดมะค่าโมง [เบื้องต้น]

แนะนำ...การเพาะเมล็ดมะค่าโมง [เบื้องต้น]


เท่าที่ทางผู้เขียนได้จัดทำเว็บบล๊อกเกี่ยวกับ มะค่า มะค่าโมง มะค่าแต้ เมล็ดมะค่า แห่งนี้ขึ้นมารวมถึงจากการที่ได้ลองๆค้นหาข้อมูลโดยเฉพาะคำถามข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับมะค่าโมง และ มะค่าแต้นั้น พบว่าคำถามที่ทุกคนให้ความสนใจและอยากทราบคำตอบหรือแนวทางเป็นอันดับต้นๆก็คือเมื่อได้เมล็ดมะค่ามาหรือบางท่านอาจจะสนใจถึงขนาดไปเก็บเมล็ดมะค่าจากใต้ต้นที่ร่วงมาสู่พื้นได้มาไว้ในครอบครองสมใจนึกแล้วจากนี้จะต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อ...เพาะเมล็ดมะค่าโมง และ เพาะเมล็ดมะค่าแต้ ที่มีอยู่ให้งอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อนและเจริญเติบโตแข็งแรงพร้อมลงปลูกในสถานที่ต่างๆที่มุ่งหวังได้ต่อไป

จริงๆแล้วทางผู้เขียนเองก็มีความตั้งใจจะจัดทำเทคนิควิธีการ ตามประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ทดลองมาพอสมควรและคิดว่าน่าจะใช้ได้ผลดีระดับหนึ่งเลยทีเดียวเชียวหล่ะมาแชร์ให้ทุกคนที่สนใจใคร่รู้ได้นำไปเป็นแนวทางในการเพาะเมล็ดมะค่าโดยอะเอียดแต่ติดอยู่ตรงที่ว่าตอนนี้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คนั้นไม่ได้อยู่ติดตัวฝากเอาไว้ที่บ้านน้องชายและคุณแม่ แต่เพื่อไม่ให้เวลามันเนิ่นนานล่วงเลยไปโดยไม่ได้เขียนถึงหัวข้อ การเพาะเมล็ดมะค่าเสียที วันนี้เลยสลัดความขี้เกียจเรียกพลังแห่งการเขียนบทความขึ้นมาอีกคำรบหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้เขียนพิมพ์ถ่ายทอดเรื่องราวจากความรู้สึกเสียนาน เป็นที่มาของบทความชุดนี้ที่นำเสนอแนะนำ การเพาะเมล็ดมะค่าโมง เบื้องต้น(ก่อนแล้วกันนะครับ ส่วนมะค่าแต้อย่าเพิ่งน้อยใจคิดว่าอีกไม่นานจะตามมา)

เอาหล่ะครับก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเมล็ดมะค่าโมงคร่าวๆกันก่อนคิดว่าทุกคนที่สนใจคงเคยเห็นและสัมผัสเมล็ดมะค่าโมงจริงๆมากันบ้างแล้วส่วนถ้าหากใครยังไม่เคยก็ลองๆย้อนกลับไปอ่านบทความและดูรูปภาพประกอบได้ เมล็ดมะค่านั้นเมื่อเค้าผ่านการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ในฝักแล้วก็จะร่วงหล่นสู่พื้นใต้ต้นตามธรรมชาติเป็นไปตามฤดูกาลและช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยแต่ละฝักนั้นเราไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าจะมีเมล็ดที่โตสมบูรณ์อยู่ด้านในมากน้อยเท่าไหร่แต่เท่าที่ผมเคยลองๆนับดูเอาฝักใหญ่ๆก็อาจจะมีได้ถึง 8-10 เมล็ดเลยทีเดียว บางฝักทะลุไปถึง 12 เมล็ดก็มีให้เห็นบ้างแต่นานๆที

ฝักมะค่าเมื่อแก่แล้วส่วนใหญ่เค้าจะแตกเปิดปากออกเองตามธรรมชาติและปัจจัยที่ทำให้เมล็ดมะค่าโมงและมะค่าแต้ร่วงหล่นสู่พื้นนั้นมีหลากหลาย อาทิเช่น ลมฝนที่พัดกรรโชกแรงตอนเมฆตั้งเค้าทำให้เมล็ดมะค่าร่วงได้เป็นอย่างดี หรือบางทีขั้วฝักหลังจากโดนแดดโดนฝนนานๆเข้าเค้าก็ร่วงด้วยแรง g แรงโน้มถ่วงของโลกลงมากระแทกพื้นอย่างจังส่งผลให้ฝักแตกกระจายเมล็ดมะค่ากระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง เพิ่มการกระจายตัวของผืนป่าเป็นแบบนี้ก็มี และไฮไลท์อย่างหนึ่งหากใครเคยเดินไปสำรวจเก็บเมล็ดมะค่าที่ใต้ต้นจะพบเจอกับเหล่ามวลสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเค้าเป็นเพื่อนที่ดีต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติและกระบวนการงอกของเมล็ดมะค่าอย่างไม่น่าเชื่อเลย หากไม่มีเค้ากระบวนการงอกตามธรรมชาติของต้นมะค่าอาจจะช้าไปเยอะไม่ทันการหรือไม่ทันฝนก็ได้ เฉลยให้ก็ได้ครับสัตว์ชนิดนี้เค้าคือ....น้องปลวกเรานี่เอง ส่วนจะเกี่ยวข้องอย่างไรขอยกยอดเอาไว้ไปเขียนเป็นบทความเฉพาะเลยเรียกว่ายกให้เป็นพระเอกนางเอก ไฟส่องหน้าสปอร์ตไลท์กันไปเลยดีกว่า

ผ่านมาหลายย่อหน้ายังไม่เข้าเรื่องเสียทีว่าแล้ววิธีการง่ายในการเพาะเมล็ดมะค่าโมง เบื้องต้นเนี่ยทำกันอย่างไร เริ่มเลยละกัน







ขั้นตอนวิธีการเพาะเมล็ดมะค่าโม เบื้องต้น

รวบรวมเมล็ดมะค่าโมง ---> สกัดขั้วพร้อมทำแผลให้ถึงเนื้อใน   โดยต้องระวังไม่ทำให้ต้นอ่อนในเมล็ดเสียหาย---> นำเมล็ดมะค่าที่ทำแผลแล้วแช่น้ำร้อน 70-80 องศาเซลเซียส(ไม่ใช่น้ำเดือด) ---> แช่เมล็ดมะค่าให้ท่วมปล่อยให้น้ำเย็นและไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแช่ต่อไปประมาณ 32-40 ชั่วโมง ---> เมื่อเปลือกด้านนอกร่อนดีแล้วนำไปเพาะในถุงเพาะต่อไป ---> ผ่านไปประมาณ 7-10 วันจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้นมะค่าโมงเริ่มงอก

  1. หลังจากได้เมล็ดมะค่ามาแล้ว บางเมล็ดอาจจะใหม่ยังมีขั้วสีเหลืองๆหรืออาจจะไม่เหลืองเพราะซีดโดนฝนโดนแดดจนกลายเป็นน้ำตาลซีดๆ แสดงว่าผ่านการร่วงจากฝักมานานแล้วถ้าเมล็ดที่เพิ่งแก่ใหม่ๆร่วงไม่นาน ขั้วเมล็ดจะเอี่ยมอ่องสีสันเหลืองอ่อนๆสวย บางเมล็ดอาจจะได้รับการแทะจากน้องปลวกทำให้ขั้วนั้นแหว่ง หรือ ร่อนหลุดไปจากตัวเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม เหลือเพียงเมล็ดกลมๆสีน้ำตาลเข้มอย่างเดียว จะเป็นแบบไหนเรารับหมดครับถ้าไม่ลีบหรือดูผอม เมล็ดเต่งตึง ยิ่งอวบใหญ่เท่าไหร่ จัดว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ดีมีโอกาสงอกเป็นต้นมะค่าได้สูงเราเลือกเอามาไว้ในอ้อมใจเลยครับ
  2. เมื่อได้เมล็ดมะค่ามาแล้ว เราต้องมีเทคนิคในการเร่งกระบวนการงอกโดยวิธีใดๆก็แล้วแต่เพื่อทำให้เกิดรอยแผล(เก่า แต่สำหรับเมล็ดมะค่าเราจะทำแผลสดกัน) อาทิเช่น เจียด้วยเครื่องเจียจิ๋วหรือใหญ่แล้วแต่สะดวก  หรือบางคนบอกไม่มีเครื่องเจียขอใช้ตะไปฝนเอาได้ไหมผมก็คิดว่าได้นะไม่ว่ากันไม่เลือกวิธีการแต่ขอให้งานออกมาเนียนและดูดีตามเป้าประสงค์ของเราถือเป็นใช้ได้ บางท่านอาจจะบอกว่าเล่นไม่ยากใช้วิธีบ้านๆเลยคือใช้มีดพร้าสับกระเทาะตัดขั้วเมล็ดพร้อมทำให้เกิดแผลไปด้วยในคราเดียวกันเลย ซึ่งวิธีนี้ได้ผ่านการทดลองโดยผู้เขียนมาแล้ว แต่แนะนำว่าต้องระมัดระวังเพราะอาจจะไม่ใช่แต่เพียงเมล็ดมะค่าโมงเท่านั้นที่จะเกิดแผล อาจจะรวมถึงนิ้วมือที่ท่านจับเมล็ดด้วยที่จะเป็นแผลครับ สารพันวิธีที่จะทำให้เกิดแผลขึ้น แล้วทำไมต้องทำให้เกิดแผลที่ตัวเมล็ดมะค่าเหตุเพราะว่าเมล็ดมะค่าโมงนั้นด้วยตัวเมล็ดของเค้าด้านนอกจะมีเปลือกหุ้มชั้นนอกสีน้ำตาลเข้มที่เราเห็นหนาและป้องกันความชื้นจากน้ำฝนได้เป็นที่หนึ่งเลยหากเราโยนลงถาดเพาะหรือหมกในถุงเพาะเชื่อเลยว่าผ่านไปหลายเดือนบางทียังไม่สะดุ้งหรือมีทีท่าว่าจะงอกเลยหล่ะครับ จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราต้องทำแผลให้เข้าไปถึงเนื้อในเมล็ดมะค่าโมงสีขาวเพื่อให้น้ำซึมผ่านเข้าไปได้เร่งการงอกได้เร็วขึ้นมาก จากหลายเดือนจะเหลือไม่กี่วัน 
  3. การฝนเจีย หรือ กระเทาะ ในการทำแผลให้กับเมล็ดมะค่าโมง เราต้องทำอย่างระมัดระวังโดยต้องไม่ให้ส่วนที่เป็นเอ็มบริโอหรือต้นอ่อนที่อยู่ใกล้บริเวณขั้วเมล็ดนั้นได้รับความเสียหายหรือหลุดร่อนออกไประหว่างที่เราเจียตะไป หรือ ใช้มีดพร้าฟัน นะครับ (แต่ถ้าเฉพาะขั้วเมล็ดสีเหลืองหลุดไม่เป็นไร เพราะไม่กระทบกระเทือนเอ็มบริโอ) เพราะไม่เช่นนั้นก็จบกันเมล็ดนั้นจะไม่งอกเพราะขาดส่วนสำคัญที่เป็นรหัสทางพันธุกรรมที่จะแบ่งเซลล์แทงรากออกมาและงอกเป็นต้นอ่อนนั่นเอง แนะนำให้ใช้เครื่องเจียจิ๋วหรือถ้าไม่มีลองๆไปตามร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์หรือซ่อมเครื่องยนต์และฝากให้เค้าช่วยเจียให้แต่อธิบายหรือกำกับไปพร้อมกันว่าเจียเอาพอเป็นแผลเห็นเนื้อในสีขาวและไม่ไปโดนเอ็มบริโอต้นอ่อน แผลไม่ต้องใหญ่มากให้พอไปแช่น้ำแล้วน้ำซึมเข้าได้ดีหล่ะครับ สกัดขั้วสีเหลืองๆออกด้วยจะดีมากเพราะรากเค้าจะแทงออกทางบริเวณนั้น
  4. เมื่อเราผ่านการเจียหรือตะไป หรือ ใช้มีดพร้าสับแบบ(ไม่เสียนิ้วมือไปด้วยนะครับ โฮ๊ะๆๆๆ) ก็มาถึงขึ้นตอนการนำมาเมล็ดมาแช่น้ำ โดยแนะนำหาภาชนะที่จะใช้แช่อาจจะเป็นขวดน้ำดื่ม PET ทั่วไปที่เราซื้อมาดื่มนี่แหละครับ ทำการตัดขั้วออกให้มีลักษณะเป็นแก้วน้ำ หรือใครไม่สะดวกจะใช้แก้ว หม้อ ชาม หรืออะไรก็ได้แต่ให้ใส่น้ำร้อนได้แล้วไม่ละลายเป็นพอ และตรวจดูด้วยว่าไม่มีมดแมลงหรือสัตว์ตัวน้อยอยู่ด้านในเพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่สร้างหนี้สินเวรกรรม ไม่งั้นเดี๋ยวโดนน้ำลวกตายกันหมด  ให้นำกาน้ำร้อนเสียบปลั๊กต้มน้ำเสมือนหนึ่งเราอยากชงโอวันติน หรือ กาแฟ ดื่มอย่างไงอย่างงั้นเลยเมื่อน้ำเดือดแล้วก็ทำการใส่เมล็ดลงในกระป๋องที่เราจัดเตรียม(โดยตรวจเช็คแล้วว่าไม่มีน้องมด น้องแมลงใดๆเพื่อไม่ให้เค้าต้องมาเสียชีวิตลงโดยใช่เหตุ) กดน้ำร้อน ไม่ต้องแปลกใจใช่แล้วครับ น้ำร้อนในกาต้มน้ำที่เราเพิ่งถอดปลั๊กไปนั่นแหละครับกดลงไปในแก้วที่มีเมล็ดมะค่าโมงโดยเผื่อให้ท่วมเมล็ดพอประมาณ
  5. หลักจากแช่เมล็ดด้วยน้ำร้อนที่เรากดจากกาต้มน้ำแล้ว โดยน้ำควรท่วมเมล็ดมากหน่อยเพราะเมล็ดมะค่าโมงจะดูดน้ำและพองตัวในเวลาต่อมา พอใส่น้ำร้อนแล้วไม่ต้องทำอะไรเลยครับหากระดาษหรือผ้าหรืออุปกรณ์มาปิดฝาไว้กันมดเมล็ดตกใส่แก้วมะค่าโมง หลังจากนี้เราแค่รอเวลาเท่านั้นเองให้เมล็ดมะค่าเค้าดูดดื่มน้ำไปเรื่อยๆจนหนำใจ ส่วนน้ำก็จะคลายร้อนเป็นน้ำเย็นธรรมดาก็ไม่เป็นไรครับแช่ต่อไป แต่เวลาผ่านไปอาจจะมีกลิ่นตุๆของเมล็ดมะค่าเป็นธรรมดาแนะนำให้วางไว้นอกบ้านหรือที่ที่กลิ่นจะไม่รบกวนเราได้ 
  6. หลังจากผ่านการแช่ข้ามวันข้ามคืนเมล็ดมะค่าโมงจะเริ่มอ้วนจะเริ่มพองโดยเปลือกนอกที่เราเห็นแข็งๆสีน้ำตาลเข้มนั้นจะรับน้ำไปก่อนเป็นอันดับแรกจะเริ่มร่อนยุ่ยเรียกว่าเริ่มระทวยโดยลำดับครับจากการฟิชเจอริ่งกับน้องน้ำเข้าไป รวมทั้งน้ำจะซึมผ่านแผลเข้าสู่เนื้อในไปทำให้เมล็ดด้านในเนื้อสีขาวอิ่มน้ำตามไปด้วยเรียกว่าแทรกซึมไปจนถึงทุกอณูกระตุ้นให้ต้นอ่อนที่หลับอยู่เริ่มตื่นเริ่มกระบวนการงอกขึ้นโดยลำดับ 
  7. แต่เดี๋ยวก่อนการแช่น้ำให้เมล็ดมะค่าโมงนั้นช่วยกระตุ้นการงอกในอัตราที่เร็วขึ้นก็จริงครับแต่ทุกอย่างก็มีสมดุลมากไปน้อยไปก็ส่งผลเสีย เช่นกัน เราควรนำเมล็ดมะค่าแช่น้ำพอประมาณเมื่อสมควรแก่เวลาแล้วผ่านไป 32-40 ชั่วโมง ควรนำขึ้นหรือเทน้ำทิ้งออกให้หมด ทั้งนี้ทั้งนั้นระยะเวลาอาจจะไม่ถึงกับตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเอาเป็นว่าให้หมั่นมาตรวจดูว่าเปลือกนอกร่อนดีไหมร่อนครบทั้งเมล็ดหรือยัง แต่เปลือกอาจจะร่อนไม่ครบทั้งเมล็ดก็ไม่เป็นไร หรืออาจจะลองๆหยิบจากน้ำขึ้นมาบีบๆดูว่ามีความอ่อนนุ่มหยุ่นๆมือมากหรือไม่มากน้อยเพียงใดเพราะรับน้ำไปเยอะ ถ้านิ่มมากเกินแสดงว่าควรพอแล้วเพราะเวลาเรานำไปเพาะอาจจะไม่ทันงอกจะเน่าคาถุงเพาะไปเสียก่อนหน่ะซิครับ 
  8. เมื่อเมล็ดมะค่าโมงได้ที่แล้วก็นำไปเพาะในถุงเพาะชำหรือกระบะอะไรก็สุดแล้วแต่เราจะสร้างสรรค์หรือจัดหาได้ขึ้นมาครับ วัสดุเพาะก็ใช้ดินดี ผสมแกลบดิบ ปุ๋ยคอก ประมาณอัตราส่วนเท่าไหร่ก็ได้ครับเน้นให้วัสดุเพาะร่วนซุยระบายน้ำดี หรือ อาจจะเป็นแกลบดำเพียวๆคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใช้ได้ยังไงลองๆดู แต่อยากให้มีดินและแกลบข้าวแกลบดิบ และปุ๋ย ร่วมด้วยช่วยกันจะดีกว่า 
  9. เท่านี้เราก็จะได้เห็นเมล็ดมะค่าโมงงอกสมใจแล้วครับ หมั่นรดน้ำให้ชื้นแต่อย่าบ่อยดูตามสภาพดินเพาะถ้าชื้นดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องรดเพิ่มครับ เพราะว่าเมล็ดนั้นเราแช่น้ำมาพอสมควรถ้ารดน้ำมากไปอาจจะไม่ทันงอกและเค้าจะโดนราและความชื้นเล่นงานจนเน่าคาเมล็ดไปเสียก่อน ผ่านไปสัก 3-5 วันถ้าลองๆสังเกตุดูรากจะแทงสู่ดินในถุงเพาะ ประมาณอาทิตย์หนึ่งเราน่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแทงรากยาวขึ้นและชูใบอ่อนให้เราขำๆตลกกับการโงหัวขึ้นชูช่อของเมล็ดมะค่าเค้าหล่ะครับ 
  10. สุดท้ายควรเผื่อใจและเผื่อความผิดพลาดว่าเราเพาะเมล็ดมะค่าโมงอาจจะไม่งอกดีทั้งหมดทุกเมล็ด อาจจะเพราะเมล็ดแต่เดิมที่เราได้มาไม่ค่อยสมบูรณ์ หรือเมล็ดเค้าดูดน้ำมากไปเราแช่นานไป เผื่อเปอร์เซนต์ความผิดพลาดไว้ด้วยนะครับ ขอให้โชคดี
คิดว่าบทความนี้น่าจะพอเป็นไกด์ไลน์แนวทางในการลงมือปฏิบัติจริงในการเพาะเมล็ดมะค่าโมงได้พอสมควร มีข้อเสนอแนะติชมอย่างไรคอมเมนท์เอาไว้ท้ายบทความกันได้หวังว่าทุกคนจะมีความสุขในการเพาะเมล็ดมะค่าโมง และร่วมมือกันคนละไม้ละมือเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้ธรรมชาติสืบไป

เครดิตรูปภาพ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=29782.0
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=67730.16

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

มะค่าโมง มหัศจรรย์เหมันตฤดู ผลัดใบเปลี่ยนผ่าน...เพื่อรอการผลิบานช่อดอกใหม่

มะค่าโมง ผลัดใบเปลี่ยนผ่าน เพื่อรอการผลิบานช่อดอกใหม่



เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวประมาณปลายเดือนธันวาคม เดินทางสู่เดือนมกราคม และไล่ไปเรื่อยจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดกับต้นมะค่าโมง จากที่เคยเขียวชอุ่มใบเขียวเต็มต้นสังเคราะห์แสงรับความชื้นมาอย่างเต็มที่หลายฝน ก็เริ่มเข้าสู่วงจรการพักตัวจะเห็นได้ว่า...ต้นมะค่าโมง ทุกต้นเหมือนส่งสัญญาณหากัน โหมดการผลัดใบเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว การทิ้งใบที่เคยเป็นแหล่งรับแสงและสังเคราะห์อาหารเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของตัวเค้าเองนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนโกร๋นไปหมดทั้งต้น

ถ้าคุยกันรู้เรื่องผมคงอยากจะแอบถามว่า พี่ต้นมะค่าโมงจะไม่มีกะใจที่จะเหลืออาภรณ์ใบไม้ติดเอาไว้สักนิดเลยเหรอหรือว่านี่คืองานศิลป์แห่งธรรมชาติที่พี่ต้นมะค่ามอบให้เราเชยชมเฉพาะกาล ถึงจะถามผ่านสายลมเหมันต์ไปเท่าไหร่ก็คงไม่มีประโยชน์เพราะคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่า ต้นมะค่าโมงจะทิ้งใบเค้าเคยใช้มานั้นกลับคืนแ่ก่ผืนดินไปทั้งหมดเหมือนเป็นการเคารพซึ่งกันและกันของธรรมชาติอีกทั้งทำให้ผู้เขียนคิดและสะกิดใจให้ย้อนไปนึกถึงโศลกของเซ็นที่มักจะแฝงเร้นบอกกล่าวถึงหลักธรรมอย่างแยบคายเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยวางเพื่อเราจะได้มีที่ว่างเพียงพอในการรับสิ่งใหม่ นี่กระมังคงเป็นปริศนาธรรมที่ต้นมะค่าโมงก็ได้บอกกล่าวเอาไว้ผ่านเรื่องราวแห่งกาลเวลาอยู่ที่ว่าเราหลายคนจะสงบใจและเก็บเกี่ยวนำมาใส่จิตหรือไม่ ??? (สักนิดก็ยังดี)

ความน่าสนใจยังไม่หมดแค่นั้นหลังจาก...ต้นมะค่าโมง ผลัดใบยืนต้นตระหง่านเหลือเพียงกิ่งก้าน ผมก็ได้เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ที่มาพร้อมกับความสดใสของใบอ่อนที่เริ่มแตกยอดชูช่อ แทงออกมาจากกิ่งก้านที่แห้งดูเหมือนจะยืนต้นตายไปแล้วเมื่อเดือนก่อนนี่เอง ใบอ่อนของยอดมะค่าโมงช่วยกันละเลงสีสันจนละลานตาเต็มต้นไปหมดมองไปทางไหนก็เห็นเฉดสีที่ออกแดงคล้ำอมม่วงทำให้ผมนึกถึงสีของน้ำองุ่นหรือน้ำทับทิม อย่างไงอย่างงั้นถึงแม้อาจจะอธิบายให้เห็นภาพได้ยากแต่คิดว่าก็คงใกล้เคีียงกันมากหล่ะ


พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์เหมือนต้นมะค่าโมงเค้าก็จะรับรู้และร่วมยินดีไปกับเดือนแห่งความรักด้วยเช่นกันโดยได้มอบสิ่งดีๆใหม่ให้กับโลกใบนี้เป็นช่อดอกอ่อนๆ แทงช่อดอกกันอย่างสะพรั่งเห็นเป็นตุ่มสีเขียวอ่อนเล็กๆมากมายเต็มต้นไปหมด ทำให้ผู้เขียนอยากรู้ว่าถ้าลองโน้มกิ่งช่อดอกมาดมดูจะมีกลิ่นหอมโชยออกมาจากเกสรที่ยังบานไม่เต็มที่ไหมหนอ แต่ก็ได้แค่คิดเพราะแต่ละช่อดอกเล่นแทงช่อสูงเหลือเกินยิ่งสูงยิ่งแข่งกันเหมือนกับเค้าก็จะรู้ว่าถ้าขืนผลิดอกในกิ่งต่ำๆอาจจะได้รับอันตรายจากมือมนุษย์แน่นอน แต่ถึงจะสูงแค่ไหนก็ยังมีแขกไปเยี่ยมเยียนเป็นน้องผีเสื้อตัวจิ๋วบ้างใหญ่บ้างผลัดเปลี่ยนกันไปบินวนเล่นเกาะช่อดอกโน้นบ้างนี่บ้างอย่างสนุกสนาน

หรือนี่จะเป็นสัญญาณของการเตรียมตัวของพรรณไม้นานาพันธุ์ที่เตรียมตัวรับหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึงและอดทนอีกแค่อึดใจเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่หน้าฝนอันชุ่มช่ำเพื่อติดฝักตกเมล็ดขยายพันธุ์กันต่อไปอีกคำรบหนึ่ง

เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับ มะค่า ต้นมะค่า มะค่าโมง มะค่าแต้ เมล็ดมะค่า 
เครดิตรูปภาพ ต้นมะค่าโมงผลิใบอ่อน สีแดงระเรื่อ โดยธงชัย เปาอินทร์

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ยลโฉม ดอกมะค่าโมง

ดอกมะค่าโมง 


ถึงแม้ว่าต้นมะค่าโมงจะเป็นไม้ยืนต้นที่แผ่กิ่งก้านสาขาขึ้นสู่ท้องฟ้า จนบางครั้งเราต้องแหงนมองขึ้นไปถึงจะเห็นความงามของดอกมะค่าที่ชูช่อล้อคลื่นลมอยู่สูงลิบลิ่ว หลายคนเดินทางผ่านไปผ่านมาในชีวตประจำวันยุ่งอยู่กับหน้าที่การงานและครอบครัวอาจจะไม่ทันได้สังเกตธรรมชาติ ต้นไม้ นานาพรรณ ที่อยู่รายล้อมรอบตัวเรา แต่ละช่วงฤดูกาลต้นไม้แต่ละชนิดก็ดำรงอยู่และดำเนินไปตามวิถีของเค้าเพื่อโอบอุ้มมวลสรรพชีวิตน้อยใหญ่มากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม



ช่วงเวลาที่น่าตื่นใจของพรรณไม้ต่างๆน่าจะอยู่ตอนที่เค้าแทงช่อแ่ข่งกันออกดอกและติดฝักเพราะบางชนิดจะส่งกลิ่นหอมคลุ้มขจรไปไกลนับหลายร้อยเมตร เมื่อเราได้มีโอกาสหยุดพักนั่งทบทวนอะไรบางอย่างหรือหย่อนใจลงจากเรื่องราวต่างๆก็ทำให้เราได้สัมผัสกับกลิ่นอันชวนหลงใหลและอยากหาที่มาของต้นตอความหอมนั้น นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เราแปลกตาและกลับมาสนใจกับพรรณไม้รอบกายเราทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่ทันได้สังเกตหรือให้ความสำคัญก็คงเป็นเพราะสีสันของดอกที่แข่งกันประดับประดามองไปทางทิศไหนก็พาให้ใจชื้นสดชื่นเบิกบาน

วันนี้จึงถือโอกาสนำเอารูปภาพความงามของดอกมะค่าโมง ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นหรือเคยเห็นแต่ยังไม่ทราบว่าคือต้นอะไรมาให้ดูชมกัน เพราะเจ้าของบทความก็เป็นอีกคนที่ไม่เคยยลโฉมจริงๆกับตาเลยได้แค่เก็บความทรงจำผ่านรูปภาพไปก่อน เชื่อว่าเมื่อฤดูกาลแห่งการออกดอกของต้นมะค่ามาถึงอีกครา คราวนี้จะไม่ให้พลาดที่จะขอชมแบบตัวเป็นๆ ก่อนที่เค้าจะติดฝักและเกิดเป็นเมล็ดตกสู่ใต้ต้นเกิดเป็นต้นมะค่าน้อยเมื่อหน้าฝนหน้ามาเยือน

เครดิต : ที่มาของรูป "ดอกมะค่าโมง" จากคุณกษมน

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

มะค่าโมง






ชื่อพื้นเมือง        เขง เบง บิง ปิ้น มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง มะค่าหัวคำ
ชื่อวิทยาศาสตร์  Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib
ชื่อวงศ์             LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
สถานภาพ         ไม้หวงห้ามธรรมดาประเภท ก
นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์          ในประเทศ       ป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งยกเว้นภาคใต้
          ในต่างประเทศ  อินเดีย พม่า กัมพูชา ลาว
ลักษณะทั่วไป          ต้นไม้  ไม้ยืนต้นขนาดใญ่ แต่สูงแค่ประมาณ 10-18 เมตร เพราะว่าแตกกิ่งก้านต่ำมาก ลำต้นใหญ่ได้มาก แต่สั้น ๆ ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง เปลือกนอกแตกสะเก็ดเป็นหลุม ๆ สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลอมชมพู เปลือกในสีขาว
          ใบ  ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม 3-5 คู่ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 2-5 ซม. ยาว 4-9 ซม. ปลายใบมน มักจะเว้าตื้นตรงกลาง โคนใบมนหรือตัด เส้นแขนงใบข้างละ 8-10 เส้น แบบขั้นบันไดปลายไม่จดขอบใบ ก้านใบย่อยยาว 3-5 มม.ใบอ่อนสีสนิมเหล็กสวยมากเมื่อกระทบแสงแดด
          ดอก  ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะที่ปลายกิ่ง ยาว 5-15 ซม. ใบประดับรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 4 แฉกซ้อนเหลื่อมกัน ยาว 10-12 มม. สีเขียวอ่อน กลีบดอกมีเพียงกลีบบนสุดกลียบเดียวสีแดงเรื่อ ๆ บานเต็มที่กว้าง 2-3.5 ซม.
          ผล  ผลเป็นฝักหนาแข็ง แก่แห้งสีน้ำตาล รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนกว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-18 ซม. เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดสีดำเชื่อมต่อด้วยเยื่อเหนียวสีเหลือง สวยดี
          ระยะเวลาการออกดอกและเป็นผล               ออกดอก  ก.พ.-มี.ค. ผลแก่  มิ.ย.-ส.ค.
          การขยายพันธุ์  เพาะกล้าจากเมล็ด
          ลักษณะเนื้อไม้  สีน้ำตาลแก่ เนื้อละเอียดค่อนข้างแข็งและแน่น เสี้ยนตรงสม่ำเสมอ
          ชั้นคุณภาพ  A
          ลักษณะทางกายวิภาค  ที่เห็นได้ด้วยแว่นขยายขนาด 10-15 เท่า (handlens)
          พอร์ เป็นแบบ พอร์เดี่ยว (solitary pore) และ พอร์แฝด (multiple pore) การเรียงตัวเป็นแบบพอร์ลูกโซ่ (chain) การกระจายเป็นแบบกระจัดกระจาย (diffuse porous) พอร์ขนาดปานกลาง ทางภายในพอร์มีไทโลส (tylose) เป็นส่วนมาก เส้นเรย์เห็นชัด พาเรงคิมาเป็นแบบ ไม่ติดพอร์ (metatracheal parenchyma)
          สกายสมบัติ  ความแน่น (กก./ม.3) 920 ความยากง่ายในการผึ่งไม้ยาก การอบไม้ ตารางที่ 4
          กลสมบัติ (strength properties)
ชั้นความแข็งแรง (strength group) A                        แห้ง (Air-Dry)   สด(Green)แรงดัดสถิต          มอดูลัสแตกร้าว (M O R)      (MPa)          120
(static bending)   มอดูลัสยืดหยุ่น (MOE)         (MPa)         9,973
แรงอัดขนานเสี้ยน (compression parallel to grain)  (MPa)           63
แรงเฉือน (shear parallel)                             (MPa)          16.3
ความแข็ง (hardness)                                  (N)            7,924
ความทนทานตามธรรมชาติ  ความทนทานสูงมาก 10.7 ปี การอาบน้ำยาไม้ ชั้นที่ 2
คุณสมบัติการใช้งาน  การเลื่อยไส เจาะ กลึง ปานกลาง การยึดเหนี่ยวตะปู ดี การขัดเงา ง่าย
การใช้ประโยชน์     ด้านเนื้อไม้แปรรูป  ไม้ใช้ในการก่อสร้าง ที่ต้องการความแข็งแรง ทำเครื่องมือเกษตรกรรม เครื่องดนตรี ปุ่มไม้มะค่ามีลวดลายสวยงาม ขายกันเป็นกิโลกรัม ราคาสูงมาก นิยมทำเครื่องเรือนกันทั่วไป
     ด้านการทำฟืนและถ่านไม้  ฟืนให้ความร้อน 4,716 แคลอรี/กรัม
     ด้านเป็นไม้ประดับ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดค่อนข้างใหญ่ เส้นรอบวงสลำต้นที่เคยพบยาว 13 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ขณะผลิใบใหม่ ๆ ให้สีสันสวยมาก แพรวพราวไปด้วยสีสนิมเหล็กที่เมื่อกระทบแสงแดดเข้าหรือเย็นสวยจับใจ ประกอบกับเป็นไม้ที่แตกกิ่งก้านกว้างขวางมาก กินพื้นที่ประมาณ 10x10 เมตร จึงต้องปลูกในที่สาธารณะ ส่วนราชการที่กว้าง ๆ โดยเฉพาะในรีสอร์ตกว้าง ๆ ที่ประสงค์จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อปลูกโตแล้วสร้างบ้านทาร์ซานบนง่ามต้นมะค่าโมงได้อย่างเก๋ไก๋ เป็น Tree Top Resort เท่เลย กิ่งก้านใหญ่โตและแข็งแรงมาก ไม่หักหรือฉีกง่าย ๆ
     ปุ่มมะค่าโมง  เป็นส่วนของเนื้อไม้ที่ส่วนโคนต้นซึ่งเป็นโรค เหมือนเนื้องอก ดังนั้นเมื่อฝานปุ่มมะค่าโมงออกเป็นแผ่น ๆ จึงมีลวดลายเนื้อปุ่มแปลกสวยงามพิสดาร เป็นที่ต้องการของตลาดการตกแต่งไม้ประเภทเครื่องเรือนมาก ขายกันเป็นกิโลกรัม แต่ปัจจุบันนี้แทบหาต้นมะค่าโมงในป่าไม่ได้เลย เว้นแต่ในบ้านใกล้เรือนเคียง เช่น ลาว เขมร พม่า หรือไกลไปถึงคาเมรูน ในทวีปแอฟริกา
     ด้านเป็นพืชอาหาร  เนื้อในเมล็ดอ่อนรับประทานได้ เมล็ดแก่มีสีดำเป็นมันส่วนหนึ่ง โดยมีขั้วผลเป็นไขสีขาวเหนียวมาก เจาะรูเป็นพวงกุญแจ เมล็ดมะค่าโมงได้เก๋ไก๋ไม่เบาทีเดียวเป็นของฝากจากคนป่ามานานแล้ว
     ด้านเป็นสีย้อมผ้า เนื้อไม้ และสวนอื่น ๆ ให้สีย้อมสีเหลืองและสีน้ำตาล คนอีสานนิยมใช้ย้อมผ้าไหม และผ้าฝ้าย เปลือกมีน้ำฝาดใช้ฟอกหนังได้ ชนิด Pyrogalld และ Catechul
     ด้านสมุนไพร สรรพคุณ
          เปลือกต้น  ผสมกับเปลือกมะค่าแต้ว 50 : 50 ทำเป็นยาประคบ แก้ฟกช้ำ ปวดบวม หรือผสมกับรากพังคี 50 : 50 เป็นยาสมานแผล
          เมล็ด  ขับพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง
          ปุ่ม  แก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้โรคผิวหนัง ถ่ายพยาธิ รสเบื่อเมา
          ไม่ระบุส่วนที่ใช้  แก้โรคผิวหนัง แก้ริดสีดวงทวารหนัก
ข้อมูลการวิจัยที่สำคัญ     สารเคมี (+) - fisetinidol (1)
     ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
          ไม่มีรายงานการวิจัย